นไป จ้าวโหย่วเฉียนก็อยากจะปีนเข้าไปดูด้วยตัวเองนัก
ไม่กี่วันต่อมา ความอดทนของจ้าวโหย่วเฉียนก็หมดลง เขาถือโอกาสพูดวกไปวนมาให้สับสนงุนงงให้รู้แล้วรู้รอด และปล่อยให้ชาวบ้านคิดกันต่อเอง เขาไม่เชื่อว่าแม่ม่ายสาวนางนี้จะยังซ่อนตัวอยู่ข้างในโดยที่ไม่ออกมาในวันนี้ได้
แม้ว่านางจะไม่ได้ออกไปข้างนอก ทว่าน้ำถังใหญ่สองใบในบ้านของนางก็คงใกล้จะหมดแล้ว นางย่อมต้องออกมาตักน้ำ!
“จ้าวโหย่วเฉียน จ้าวโหย่วเฉียน คิดอะไรอยู่ พวกเรากำลังถามเจ้าอยู่นะ!” มีคนตะโกนเรียกจ้าวโหย่วเฉียนหลายครั้งติดต่อกันเพื่อเรียกเขาออกจากความคิด
จ้าวโหย่วเฉียนดึงสติของตัวเองกลับมา ก่อนจะมองไปยังทุกคนด้วยใบหน้างงงวย “ถามข้าว่าอะไรนะ?”
“เรื่องที่เจ้าพูดเป็นเรื่องจริงหรือ?” คนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น
“เรื่องอะไร?” จ้าวโหย่วเฉียนยังคงสับสนงุนงง
“ก็ที่เจ้าบอกว่าแม่นางหานเยว่เป็นชู้กับท่านกวนแห่งหอสุรามัจฉา!” มีคนกล่าวอย่างหนักแน่น “ข้าบอกเจ้าไว้เลยว่าหากแม่นางหานเยว่มีความสัมพันธ์กับท่านกวนแห่งหอสุรามัจฉาจริง พวกเราย่อมไม่อาจเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับนาง นายท่านเวินผู้นั้นที่มาที่นี่เมื่อไม่นานนี้ก็เป็นผู้มั่งคั่ง ทว่าเขาเป็นคนมีเหตุผล มารดาของเจ้าก็กลับมาอย่างปลอดภัยไม่ใช่รึ แต่หากหานเยว่มีความสัมพันธ์กับท่านกวนแห่งกอสุรามัจฉาแล้วละก็ ตระกูลจ้าวของเจ้าก็โชคร้ายแล้ว”
“เพราะอะไร?” จ้าวโหย่วเฉียนไม่เข้าใจ การที่หลี่เยว่หานมีความสัมพันธ์กับกวนชิ