าก หลี่เยว่หานเขวี้ยงหินอยู่นานแต่กลับมีหินเพียงไม่กี่ก้อนเท่านั้นที่ตกลงสู่ลานบ้าน
ทว่าในไม่ช้าก็มีการเคลื่อนไหวมาจากด้านใน หลี่เยว่หานจึงกระซิบว่า “ใหญ่แค่ไหนก็ต้องฟังคำราชา! ไก่ตุ๋นเห็ดหอม!”
เด็กน้อยได้ยินรหัสลับนี้ก็รีบเปิดประตูอย่างรวดเร็ว และเมื่อเห็นหลี่เยว่หานที่ไม่ได้พบหน้าคร่าตามาหลายวัน ดวงตาของหลิงซีก็พลันแดงก่ำ
หลี่เยว่หานรีบเข้าประตูไป หลังจากปิดประตูแล้ว หญิงสาวก็ย่อตัวลงแล้วกอดเสี่ยวหลิงซีเพื่อปลอบประโลม “เด็กดี ไม่ร้องนะ พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”
“ฮึก ฮึก อืม!” แม้ว่าอยากจะร้องไห้มากแค่ไหน ทว่าหลินซีก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ เด็กน้อยในวัยสี่ขวบนั้นแตกต่างไปจากในวัยสามขวบมากทีเดียว
หากคนที่อยู่ตรงนี้เป็นหลิงซีในวัยสามขวบคงร้องไห้เสียงดังจนเพื่อนบ้านได้ยินไปแล้ว
เมื่อกลับเข้ามาในห้อง หลี่เยว่หานวางตะกร้าหนัก ๆ ที่นางแบกไว้บนหลังลง แล้วหยิบของขวัญออกมาวางลงบนเตียงพลางเอ่ยว่า “เพื่อเป็นรางวัลให้กับมู่ชวนและหลิงซีที่คอยดูแลบ้านในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ อาสะใภ้จึงตั้งใจซื้อของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มาอย่างมากมายจากเมืองหลวง ทั้งยังซื้อติ่มซำ รวมถึงของกินอื่น ๆ จากอำเภอหวาซีมาให้ พวกเจ้าเลือกได้เองตามใจชอบเลย!”
เมื่อได้ยินว่ามีของอร่อย หลิงซีก็เบิกตากว้างทันที “แล้วอาสะใภ้ได้พบท่านอาหรือไม่?”
“ได้พบสิ ท่านอาของพวกเจ้าสบายดี มีชีวิตที่ดีกว่าพวกเราเสียอีก” หลี่เยว่เอ่ยพร้อมกับ