ในขณะที่คิดจะซ้ำเติมเสริมมีดเข้าไปอีกก็ได้ยินเสียงกระซิบของหลี่เยว่หาน “เวินเทียนเหล่ย เจ้ามาตีสนิทกับสามีของข้าเพื่ออะไรกัน?”
เมื่อเห็นว่าอยู่ดี ๆ หลี่เยว่หานก็จริงจังขึ้นมา เวินเทียนเหล่ยพลันชะงัก “ก็เพื่อมิตรภาพของสัตบุรุษอย่างไรเล่า จะเพื่ออะไรได้อีก?”
“เจ้าคิดอย่างไรกับสามีของข้า รวมถึงรัชทายาทพระองค์ก่อนด้วย?” หลี่เยว่หานถามอีกครั้ง
“เจ้าหยุดเรียกว่าสามีของเจ้า สามีของเจ้าทุกครั้งที่ปริปากเถอะ…”
“เจ้าก็บอกข้ามาหน่อยสิ ไม่ต้องยุ่งหรอกว่าข้าจะเรียกอย่างไร”
“… ” เวินเทียนเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้น “เขาบอกกับเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าจะมารับเจ้าและลูก ๆ ไปอยู่เมืองหลวงด้วยกันเมื่อไหร่?”
“….” หลี่เยว่หานไม่ตอบ เพียงมองตรงไปที่เวินเทียนเหล่ย
หลังเงียบไปอีกพักใหญ่ เวินเทียนเหล่ยก็ถอนหายใจอีกครั้ง “ดูเหมือนว่าเขาจะยังเดินบนเส้นทางนี้ต่อ”
“ดูเหมือนว่าเจ้าเองจะมีสิ่งที่ปกปิดข้าไว้ไม่น้อย” หลี่เยว่หานกล่าว
“ไม่ได้ต้องการจะปกปิดเจ้า แต่ถึงเจ้ารู้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร” สีหน้าของเวินเทียนเหล่ยนั้นจริงจัง “บอกตามตรง ทั้งข้าและเหล่าเมิ่งต่างก็รู้สึกว่าเมื่อครั้งที่เกิดเรื่องกับรัชทายาทพระองค์ก่อน องค์ชายสามเป็นผู้ลงมือ เพราะไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งรัชทายาทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องอื่นด้วย”
“เรื่องอะไร?”
”ข้าไม่รู้ แต่ดูเหมือนว่าเหล่าเมิ่งจะรู้ เขาบอกว่ามันเป็นสมบัติแห่งแคว้น