ทว่าข้าไม่เคยได้ยินเรื่องสมบัติแห่งแคว้นของแคว้นตงฮั่นมาก่อนเลย”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้า “เมิ่งฉีฮ่วนบอกว่าหลังจากฤดูร้อนนี้ผ่านไป เขาจะพาข้าและลูก ๆ ไปเมืองหลวง”
ดูเหมือนจะเป็นคำตอบดั่งที่เขาคาด เวินเทียนเหล่ยไม่ได้แสดงความประหลาดใจ แต่กลับแนะนำอย่างใจเย็นแทน “ข้าคิดว่าเจ้าไม่ไปจะดีกว่า แม้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นพายุในเมืองหลวงคงจะสงบลงแล้ว ทว่านิสัยของเจ้าไม่ใช่คนที่จะถูกบีบบังคับให้เป็นสตรีในห้องหอ การได้อยู่ท่ามกลางภูผานทีนั้นคือตัวเจ้ามากกว่า”
“ข้าเองก็บอกเขาเช่นนี้” หลี่เยว่หานเอียงศีรษะพร้อมยกยิ้ม “แต่เขาสัญญากับข้าไว้ว่าหลังจากที่ข้าไปถึงเมืองหลวงแล้ว ข้ายังสามารถใช้ชีวิตแบบเดียวกับที่ทำในหมู่บ้านได้ จะไม่มีการใช้กฎบังคับผูกมัดว่าข้าจะต้องอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น”
“เขาเหลวไหลไปเรื่อยเลยจริง ๆ มีหรือที่ฮูหยินของผู้บังคับบัญชาทหารจะสามารถเอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ได้ตามใจคิด มีหรือที่อยากตบตีกับใครก็ทำได้ดั่งใจหวังเหมือนเช่นสตรีชนบท!” เวินเทียนเหล่ยสบถก่นด่าออกมาด้วยความโกรธ
“ข้าก็พูดแบบนั้น แต่เขาบอกข้าว่าข้าสามารถทำเช่นนั้นได้” หลี่เยว่หานมองเวินเทียนเหล่ยอย่างจริงจัง “ข้าว่าเจ้าคงไม่ได้ชอบข้าจริง ๆ สินะ?” ประโยคครึ่งหลังของหลี่เยว่หานเป็นเพียงมุกตลกขำขัน
“ไม่หลงตัวเองแล้วจะตายหรืออย่างไร?” เวินเทียนเหล่ยสะบัดพัดของเขาอย่างหงุดหงิด แล้วมองไปที่หลี่เยว่หาน “หน้าอกก็ไม่มี สะ