!” กวนชิ่งอวิ๋นเมื่อได้ยินถ้อยคำของเวินเทียนเหล่ยก็ยอมออกจากห้องไปด้วยความโล่งใจ
ทันทีที่กวนชิ่งอวิ๋นออกไปจากห้อง เวินเทียนเหล่ยก็เขยิบเข้ามาที่โต๊ะด้วยสีหน้าคันปากพลางมองไปยังหลี่เยว่หาน แล้วเอ่ยว่า “เจ้าตกลงปลงใจกับกวนชิ่งอวิ๋นแล้วรึ?”
“???” ใบหน้าของหลี่เยว่หานเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง “เป็นเพราะสุราของข้าไม่ดีกระมัง เจ้าดื่มไปแล้วสมองถึงได้หายไปด้วย?”
“เจ้าไม่รู้อะไรเสียแล้ว กวนชิ่งอวิ๋น ภรรยาของเจ้าหนุ่มคนนี้ต่างตายตามกันไป ซ่องโสเภณีก็ไม่เคยไปเที่ยวเตร่ วันทั้งวันวิ่งวุ่นไปมาแต่ที่ท่าเรือและหอสุรามัจฉาสองที่นี้ วันนี้กลับมาช่วยพูดให้เจ้าอย่างดีต่อหน้าข้า เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกหรือ?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานไม่ได้คิดอะไรให้มากความ นางรินชาให้ตัวเองพลางเอ่ย “เจ้าดื่มเหล้าองุ่นที่ข้าให้หมดแล้วใช่หรือไม่?”
“ใช่” สีหน้าของเวินเทียนเหล่ยฉายชัดว่าเป็นเช่นนั้น “เจ้าขอให้ฉงหยางนำมันกลับมาก็เพื่อส่งให้ข้าดื่มไม่ใช่หรือ”
หลี่เยว่หานซึ่งกำลังดื่มชาอยู่เกือบจะพ่นน้ำชาในปากไปยังใบหน้าของเวินเทียนเหล่ย “เจ้าบ้าเอ้ย จะแบ่งให้ท่านกวนลอมชิมดูสักหน่อยก็ไม่ได้ จะได้ดูว่าเหล้าองุ่นนี้จะขายในหอสุรามัจฉาได้หรือไม่!”
“ของสิ่งนี้ไม่อาจขายในหอสุรามัจฉาได้” เวินเทียนเหล่ยกล่าวบอกด้วยสีหน้าจริงจัง “เช่นเดียวกับถานไคว่ สามารถมอบให้แก่ผู้สูงศักดิ์ได้เท่านั้น ในท้ายที่สุดแล้ว นี่คือเครื่องบรรณาการอัน