าอี้และยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางนอบน้อม แต่กวนชิ่งอวิ๋นก็จับสัมผัสได้ว่าบรรยากาศในห้องนั้นค่อนข้างประหลาด
หลังจากวางน้ำชาและของว่างลงแล้ว กวนชิ่งอวิ๋นไม่ได้ออกจากห้องไปในทันที ด้วยคิดจะช่วยหลี่เยว่หานพูดสิ่งดี ๆ
ทว่าไม่รอให้เขาได้ทันปริปาก เวินเทียนเหล่ยก็เอ่ยขึ้นแทน “แม่นางหานเยว่อย่าได้ยืนอยู่เลย นั่งลงเถอะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะนายท่านเวิน” หลังจากที่หลี่เยว่หานทำทีขอบคุณแบบปลอม ๆ เธอก็นั่งลงตรงข้ามกับเวินเทียนเหล่ยจริง ๆ
เมื่อเห็นการกระทำของนาง หัวใจของกวนชิ่งอวิ๋นก็พลันตีบตันมายังลำคอ!
อารมณ์ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยของนายท่านเวินเป็นที่รู้กันดีในแวดวงหอสุรา ใครหน้าไหนเลยจะกล้านั่งตรงข้ามกับนายท่านเวินจริง ๆ!
แต่หลี่เยว่หานนั่งลงได้สักพักแล้ว เวินเทียนเหล่ยกก็ไม่ได้มีอารมณ์ขุ่นเคืองใด แต่เขากลับหันหน้าไปมองกวนชิ่งอวิ๋นที่ยืนแข็งค้างอยู่ข้าง ๆ “น้ำชาก็นำมาให้แล้ว เจ้ายังรั้งรออยู่ที่นี่ทำไมอีก?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ กวนชิ่งอวิ๋นก็กระแอมในลำคออย่างกระอักกระอ่วน “นายท่านเวิน น้องสาวหานเยว่ผู้นี้เป็นคนรู้ความ แต่ถึงอย่างไรนางก็ต้องเลี้ยงลูกอีกสองคน หวังว่าท่านจะเข้าใจจิตใจที่ต้องการหาเงินของนาง”
“???” ในหัวของเวินเทียนเหล่ยเต็มไปด้วยคำถาม ในทางกลับกัน เขาเข้าใจว่าการที่กวนชิ่งอวิ๋นกล่าวบอกเช่นนั้นหมายถึงอะไร เขาพลันโบกมือพลางเอ่ย “ข้าคนนี้ไม่สนใจจะรังแกสตรี เจ้าลงไปเถอะ”
“ขอบคุณนายท่านเวิน