ัวองค์หญิง ในเวลานี้จึงดูคลุมเครือ ทั้งยังเปิดเผยออกมาอย่างไม่ชัดเจนนัก
เมิ่งฉีฮ่วนค่อย ๆ เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้หลี่เยว่หานฟัง ในยามที่เขากล่าวบอกเรื่องราวดังกล่าว เขาไม่ได้หลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงความรู้สึกที่องค์หญิงมีต่อเขาแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อได้ฟัง ในใจของหลี่เยว่หานก็รู้สึกผสมปนเปไปด้วยหลากหลายอารมณ์
ต่อมาเมื่อได้ยินว่าหลังจากที่ทั้งสองคืนดีกันที่ตำหนักทองแล้ว องค์หญิงยิ่งเก็บตัวอยู่ในตำหนัก สีหน้าของราชบุตรเขยนับวันยิ่งดูอิ่มเอิบ ความรู้สึกที่พัวพันกันอยู่ในใจของหลี่เยว่หานจึงคลายลง
แม้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะเป็นผู้บัญชาการทหารและไม่อาจเป็นราชบุตรเขยได้ แต่หลี่เยว่หานก็เคยได้ยินเรื่องราวขององค์หญิงซานอินมาบ้าง หากองค์หญิงผู้นี้เจริญรอยตามสิ่งที่นางคิด และหันกลับมาหาเมิ่งฉีฮ่วนอีกครั้ง เธอเองก็คงหมดสิ้นหนทาง!
อย่างไรเสียคนหนึ่งก็เป็นราชนิกุล อีกคนหนึ่งเป็นคนธรรมดาสามัญ
ราวกับว่าตระหนักได้ถึงความกังวลของหลี่เยว่หาน ในคืนก่อนที่หลี่เยว่หานจะออกจากเมืองหลวง เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยกับเธออย่างตรงไปตรงมาว่าเขาได้ประกาศต่อสาธารณะว่าแต่งงานแล้ว ฮูหยินแม้ว่าจะเป็นสตรีชนบท แต่สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยปลูกฝังอบรมกล่อมเกลาพรสวรรค์ จิตใจไม่ได้ด้อยไปกว่าสตรีจากตระกูลใหญ่ เพียงแต่ไม่ชอบสภาพแวดล้อมในเมืองหลวงจึงพาลูก ๆ ไปอยู่ในสถานที่อันเงียบสงบไร้กังวลและเป็นอิสระเพียงลำพัง
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับ องค์รัชทา