กที่ไหน? ได้ยินสิ่งที่ท่านพูดแล้วข้าสบายใจนัก”
“ข้ายังไม่ได้แต่งงาน จะเรียกข้าว่าพี่สะใภ้ไม่ได้นะ!” หญิงสาวโบกมือพลางบีบไขมันรอบเอวแล้วเอ่ยว่า “เพราะข้ามีรูปร่างเช่นนี้จึงไม่มีใครกล้าที่จะแต่งงานด้วย พวกเขากลัวว่าข้าจะกินจนทำให้ครอบครัวเขาสิ้นเนื้อประดาตัว! น้องหญิง ข้าแซ่เหยียน เหยียนจากเหยียนหรูอวี้ ส่วนชื่อของข้าคือจื่อเซียง จื่อจากคำว่าสีม่วง เซียงจากคำว่าไม้ไผ่ พ่อแม่ของข้าอยู่ที่อำเภอหวาซี ข้ามาเมืองหลวงในครั้งนี้ก็เพื่อเที่ยวเล่น!”
เนื่องจากเป็นรถม้าขบวนแรกที่ออกจากเมือง ทำให้ในรถม้าทั้งสองคันนี้มีคนไม่มากนัก เมื่อรวมเหยียนจื่อเซียงที่นั่งกินพื้นที่ของสองคนและหลี่เยว่หานแล้ว บนรถม้าก็มีคนเพียงห้าคนเท่านั้น
“เป็นชื่อที่ไพเราะยิ่ง” หลี่เยว่หานพยักหน้า “แม่นางจื่อเซียง ข้าอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านจางหนิงในอำเภอหวาซี ข้าชื่อหานเยว่”
เหยียนจื่อเซียงเกรงว่าตั้งแต่เติบโตมาถึงเพียงนี้ ไม่เคยมีผู้หญิงวัยเดียวกับนางคนใดที่แสดงว่าชอบพอนาง และเมื่อมองดูรอยยิ้มอันอ่อนโยนของหลี่เยว่หาน นางก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงงันไปเล็กน้อย “เจ้าไม่คิดว่าข้าอ้วนเหมือนหมูหรือ?”
[1] ในสมัยโบราณ หากฝ่ายเจ้าบ่าวมีเหตุอันไม่สามารถไปทำพิธีแต่งงานได้ จะใช้ไก่ตัวผู้แทนตัวเจ้าบ่าว อีกทั้งตามความเชื่อของคนจีน ไก่ถือว่าเป็นทูตของสุริยเทพ นับว่าเป็นมงคล