ังดูเยาะเย้ยนางทุกช่วงทำนอง
เยาะเย้ยในความหลงคิดไปเองของนาง เยาะเย้ยที่นางประเมินตนสูงไป
ใช่ เมิ่งฉีฮ่วนคือชายผู้มีงานเขียนอันวิจิตรบรรจง มีชื่อเสียงโด่งดังและมีความสามารถมากที่สุดในเมืองหลวงเวลานี้ มีสาวงามมากมายแห่กันเข้ามาแย่งชิง
ขณะที่นาง หลี่เยว่หานคนนี้เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา ๆ ในหมู่บ้านเฮยถู่ ตอนนี้ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นได้รับความรุ่งโรจน์และยศถาบรรดาศักดิ์กลับคืนมาแล้ว ได้แต่งงานกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ คงไม่ต้องการประวัติศาสตร์ที่มืดมนเฉกเช่นนางอีกต่อไป
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ถอนหายใจ
ไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้ หากเมิ่งฉีฮ่วนมีความตั้งใจดีและนึกถึงมู่ชวนกับหลิงซี เขาก็อาจจะไว้ชีวิตที่น่าสังเวชของนาง
หากแต่เขากลายมาเป็นคนโหดเหี้ยม ตามหลักทางราชวงศ์มีการกำหนดชนชั้นไว้อย่างชัดเจน และจากมุมมองความน่าจะเป็น เมิ่งฉีฮ่วนจะต้องลบตัวตนของนางออกอย่างแน่นอน
หากในวันนี้หลี่เยว่หานไม่ได้เดินทางมาที่เมืองหลวง นางก็คงจะมีชีวิตรอดในฐานะหญิงม่ายอีกสักสองสามปี และเมื่อวันใดวันหนึ่งที่หมิ่งฉีฮ่วนตั้งหลักปักฐานมั่นคงในเมืองหลวงได้แล้ว เขาก็คงจะส่งคนมารับตัวมู่ชวนกับหลิงซีไป
เมื่อเวลานั้นมาถึง หลี่เยว่หานก็คงจะไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หลี่เยว่หานก็หยิบลัญจกรหยกออกมาจากส่วนลึกของแขนเสื้อ หันหน้าไปยังแสงจันทร์และจ้องมองแสงสลัวที่มันปลดปล่อยออกมา อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเย