้องหม้อไฟหรอก และข้าเองก็เชื่อใจเขา”
เวินเทียนเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อกล่าวถึงหม้อไฟ “พี่สะใภ้ ท่านรู้หรือไม่ว่ากวนชิ่งอวิ๋นเป็นคนค่อนข้างมีความสามารถ เดิมทีข้าวางแผนไว้ว่าหม้อไฟนี้จะต้องวางขายให้คนมีเงินเหมือนกับถานไคว่เท่านั้น แต่หลังจากกวนชิ่งอวิ๋นกล่าวว่าหากเก็บรวบรวมเงินจากชาวบ้านธรรมดาในอำเภอหวาซี แล้วขายสักวันละสิบถึงยี่สิบโต๊ะก็น่าจะไม่เป็นปัญหาอะไร ดังนั้นข้าจึงปล่อยให้เขาวางแผนไป”
“เจ้าหมอนั่นทำป้ายผักตามรายการที่ท่านให้มา ท่านบอกว่าหม้อไฟนี้สามารถปรุงอาหารได้ทุกอย่างไม่ใช่หรือ เขาจึงออกไปซื้อผักกวางตุ้งราคาถูกจำนวนมากมาจากตลาด รวมถึงผักจี่ไฉ่ ปวยเล้ง ผักที่คล้ายกับรากบัว และผักป่าอีกเยอะเลย จากนั้นจึงกลับมาเขียนชื่อพวกมันลงบนป้ายเมนูผัก ผักพวกนี้มีราคาถูกมาก ขายจานละห้าอีแปะเท่านั้น แต่พอเอาลงไปปรุงในหม้อไฟก็อร่อยมากทีเดียว!”
“ส่วนพวกมีเงินหน่อยก็สามารถสั่งเนื้อแกะกับเนื้อวัวได้ ใครที่ไม่มีเงินก็สั่งผักจานหนึ่งพอ ส่วนน้ำซุปหม้อไฟจะถูกขายแยกต่างหาก ราคาน้ำซุปหม้อไฟอยู่ที่สองร้อยอีแปะ มันเหลือเชื่อมาก พอทุกคนในอำเภอได้ยินว่าพวกเขาสามารถกินหม้อไฟในราคาสองร้อยอีแปะได้ พวกเขาก็เกิดความสงสัยจนอยากจะเข้ามาดู ต่อมาพวกเขาก็ยกโขยงกันเข้ามากิน”
“การกินหม้อไฟท่ามกลางอากาศร้อนจัดจะสามารถขับเหงื่อได้ดีขนาดไหน! กวนชิ่งอวิ๋นเป็นจอมโจรหัวแหลม โต๊ะหนึ่งใช้เงินตั้งต้นแค่หนึ่งถึงสอง