่างเห็นได้ชัด “ปู่ของกวนชิ่งอวิ๋นเป็นจอมโจรจากเฉาปัง*[1] ต่อมามีรับสั่งให้อาศัยอยู่อย่างสงบ พ่อของกวนชิ่งอวิ๋นจึงทำอาชีพสุจริตตั้งแต่นั้นมา สำหรับคนอย่างกวนชิ่งอวิ๋น ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนผีเน่าแต่ความจริงแล้ว เขาเป็นคนที่จริงใจมาก ตราบใดที่ไม่ต่อกรกับเขา เขาก็จะไม่สนใจอะไร”
“สำหรับท่าเรือตรงนั้น เจ้าพวกลูกกะจ๊อกที่เคยเป็นหัวขโมยจากเฉาปังกันมาก่อนล้วนถูกประกาศนิรโทษหมดแล้ว นับตั้งแต่พ่อของกวนชิ่งอวิ๋นมาเปิดร้านหอสุรามัจฉา พวกเขาก็ยังแผลงฤทธิ์กันอยู่บนท่าเรือ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำอะไรรุนแรง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นพวกอันธพาล กวนชิ่งอวิ๋นเข้ารับการฝึกทหารมาตั้งแต่เด็ก มีทักษะฝีมือเยี่ยมยอด หลังพ่อของเขาจากไป เขาก็กลับมาสืบทอดกิจการหอสุรามัจฉาต่อ จัดการกับพวกอันธพาลทั้งหลายได้ดีมาก คนธรรมดาล้วนเกรงกลัวเขา แต่กับข้า เขาควรจะเกรงกลัวข้ามากกว่า!”
เวินเทียนเหล่ยแสดงสีหน้าภาคภูมิใจเมื่อกล่าวเช่นนั้น
ยิ่งหลี่เยว่หานมองดูเวินเทียนเหล่ยมากเท่าไหร่นางก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเสียนิสัยจากการอบรบเลี้ยงดูของพ่อแม่มากเท่านั้น จนอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่ “พูดถึงเรื่องหม้อไฟ ตระกูลเวินของเจ้ามีภัตตาคารใหญ่โตในอำเภอหวาซีตั้งหลายแห่ง เหตุใดเจ้าจึงนำมันไปขายที่หอสุรามัจฉากัน?”
“ข้าไม่ต้องการให้น้องชายขี้ขลาดตาขาวสองคนของข้ารู้ว่าข้ากลับมาแล้ว ข้าจึงได้วางขายมันที่หอสุรามัจฉาก่อน อย่างไรเสียกวนชิ่งอวิ๋นก็ไม่กล้าแตะต