านและย้ายออกไป นางก็รู้สึกขอบคุณหลี่เยว่หานมาก
นางอาศัยอยู่ข้างบ้านโสเภณี หากมีข่าวหลุดลอดออกไปก็ไม่รู้ว่าคนจะกล่าวว่าอย่างไร ด้วยเหตุนี้นางจึงมีความประทับใจต่อหลี่เยว่หาน หญิงม่ายตัวน้อยคนใหม่มากกว่า
“เอาล่ะ ๆ อย่าส่งเสียงดัง ฟังที่น้องหานเยว่พูดก่อน” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ตะเบ็งเสียงดังใส่จ้าวซินเอ๋อร์ทันทีเมื่อเห็นว่านางกำลังจะโต้เถียงต่อ เขาเหนื่อยใจกับหญิงสาวคนนี้เต็มที
หลี่เยว่หานทำท่าทาง ‘สูดลมหายใจเข้า’ อีกครั้ง จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ในเมื่อวันนั้นจ้าวซินเอ๋อร์ประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่านางตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลจ้าวแล้ว นางก็ควรจะไปประทับลายนิ้วมือกับหัวหน้าหมู่บ้านเสีย หลังจากนั้นคงไม่ใครสนใจเรื่องที่นางจะถูกส่งตัวออกมาจากหมู่บ้านเพราะรังแกแม่ม่ายลูกติดหรอก”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ชาวบ้านทุกคนยกเว้นจ้าวต้าเป่ากับจ้าวซินเอ๋อร์ก็รู้สึกว่านี่เป็นวิธีการที่สงบสุขที่สุดในการจัดการ
“ข้าไม่เห็นด้วย!” แน่นอนว่าจ้าวซินเอ๋อร์จะไม่มีทางเห็นด้วย “ข้าเกิดที่หมู่บ้านจางหนิงเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านจางหนิง แล้วเหตุใดหมู่บ้านจะต้องขับไล่ข้าออกไปเพียงเพราะแม่ม่ายต่างถิ่นด้วย! ข้าไม่เอาด้วยหรอก!”
“หากเป็นเช่นนั้น” หลี่เยว่หานไม่ยอมแพ้ หันหน้าไปมองหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋แล้วกล่าวว่า “ข้าก็จะส่งตัวจ้าวซินเอ๋อร์ไปให้ทางที่ว่าการ ถึงแม้ว่าข้าจะย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงได้แค่ไม่กี่เดือน แ