งเลือกเหล่านี้ ทว่าทางเลือกสามทางตรงหน้ากลับเป็นเพียงทางตัน ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเลือกข้อไหน เขาที่อยู่ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านก็ย่อมมีความผิดติดตัว
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน” หลี่เยว่หานเล็งเห็นความลำบากใจของหัวหน้าหมู่บ้าน จึงค่อย ๆ กล่าวขึ้นว่า “ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของหมู่บ้าน หากเป็นเช่นนั้นข้าจะคิดหาทางอื่น”
“เจ้าว่ามาสิ” หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋เห็นว่าหลี่เยว่หานดูผ่อนคลายลงจึงขอให้นางพูดต่อ
หลี่เยว่หานผู้ ‘อ่อนแอ’ แสร้งทำเป็นรวบรวมพละกำลังแล้วกล่าวว่า “ทุกคนคงจำได้ว่าในตอนนั้นจ้าวซินเอ๋อร์กล่าวต่อสาธารณชนแล้วว่านางตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลจ้าว ถึงแม้ว่าตัวข้าจะไม่เข้าใจเรื่องในครอบครัวของนาง แต่ข้าแค่คิดแนวทางจากสิ่งที่นางพูดในวันนั้น”
“หานเยว่หุบปาก! ใครบอกว่าข้าตัดสายสัมพันธ์กับทางครอบครัว!” จ้าวซินเอ๋อร์เริ่มแสดงท่าทางก้าวร้าว “ถ้อยคำโกรธเคืองจะเอามาคิดจริงจังทำไม!”
“จ้าวซินเอ๋อร์หุบปาก ข้าจำถ้อยคำสาบานของเจ้าในวันนั้นได้ น้ำเสียงของเจ้าไม่ได้ฟังดูโกรธเคืองแม้แต่น้อย เจ้าแทบทนรอไม่ไหวที่จะปลีกตัวออกมาจากตระกูลจ้าวเองต่างหาก หากไม่ใช่ว่าพี่สะใภ้ทั้งหลายขัดขวางไม่ให้เจ้าไปประทับรอยนิ้วมือกับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เจ้าจะกลับไปที่ตระกูลจ้าวได้อย่างไร!”
คำพูดดังกล่าวมาจากป้าเสิ่นที่เคยอาศัยอยู่ข้างบ้านวังหลาน ถึงแม้ว่านางจะไม่ชอบวังหลานมาก่อน ทว่าหลังจากวังหลางมีหน้าที่การง