ินเทียนเหล่ยในที่สุด อย่างไรเสียการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด
ทว่าน่าเสียดายที่ความปรารถนาของพวกเขาถูลิขิตให้ล้มเหลว
หลี่เยว่หานไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้น
“ในเมื่อวันนี้พี่ใหญ่จ้าวมาพูดคุยกับข้าเป็นการส่วนตัว ข้าก็จะไม่อ้อมค้อมมากนัก” หลี่เยว่หานร้องไห้มามากพอแล้ว และชาวบ้านด้านนอกก็ก่นด่าพวกเขามามากเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาแดงก่ำที่ดูน่าสงสาร “แม่นางซินเอ๋อร์เป็นคนหยิ่งยโสโอหัง หากไม่ทำสัญญาซื้อขายทาส ข้าก็คงไม่กล้ารับมาเป็นทาสรับใช้หรอก ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่จ้าวกับพี่สะใภ้เฉามีความรักอันลึกซึ้งแก่กัน ถึงได้ยอมเสียสละลูกสาวเพื่อนำตัวนางกลับมา หากแต่เป็นเช่นนี้ข้าคงไปวิงวอนขอให้ไม่ได้หรอก”
จ้าวต้าเป่าตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่จ้าวซินเอ๋อร์กลับเริ่มถากถาง “เจ้าวิงวอนขอให้ไม่ได้? หรือว่าเจ้าไม่เต็มใจกันแน่? ช่างเป็นพระคุณอะไรเยี่ยงนี้ ข้าคิดว่าเจ้าคงจะเป็นเมียเก็บของนายท่านเวินน่ะสิ! ส่วนเด็กสองคนนี้ก็คงจะเป็นลูกนอกคอกของเขาเหมือนกัน!”
จ้าวซินเอ๋อร์กล่าวหาด้วยความสะใจ ทว่าหลิงซีกลับไม่มีความสุขอีกต่อไป
ในฐานะ ‘ผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ’ เพียงคนเดียวในครอบครัว หลิงซีคว้าก้อนหินขึ้นมาเขวี่ยงใส่ใบหน้าของจ้าวซินเอ๋อร์อย่างแม่นยำ ก้อนหินกระแทกเข้ากับจมูกของนางจนรู้สึกได้ว่าน้ำอุ่น ๆ กำลังไหลลงมาจากจมูก นางยกมือขึ้นไปสัมผัสและพบว่ามันคือเลือด!
“เจ้า