ั้น นางไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นพูดเกี่ยวกับนาง
ทันทีที่นางเข้าไปในประตูบ้านของหลี่เยว่หาน จ้าวซินเอ๋อร์ก็เห็นชายหนุ่มสองคนเฝ้าประตูห้อง นางเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วเห็นเวินเทียนเหล่ยนั่งอยู่หน้าเตียงของหลี่เยว่หาน โดยอุ้มหลิงซีไว้ในอ้อมแขนของเขา ส่วนมู่ชวนกำลังนอนอยู่บนเก้าอี้ยาว
“คุณชายเวิน!” จ้าวซินเอ๋อร์ถูกขวางอยู่นอกประตู ไม่อาจเข้าไปได้ นางจึงตะโกนเสียงดัง “ชายหญิงล้วนแตกต่าง ให้ข้าดูแลพี่หานเองเถอะเจ้าค่ะ!”
“…” เวินเทียนเหล่ยหันไปมองจ้าวซินเอ๋อร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย รู้สึกลำบากใจ
เหตุใดหญิงสาวคนนี้ถึงได้ไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้?
เวินเทียนเหล่ยไม่รู้ว่าจ้าวซินเอ๋อร์พูดขู่ว่าจะตัดสัมพันธ์กับครอบครัวจ้าว หากเขาได้ยิน เขาจะยกนิ้วให้จ้าวซินเอ๋อร์แน่นอน
คนที่ทำตัวเองได้ถึงเพียงนี้ ย่อมเป็นคนที่โง่เขลายิ่งนัก
“คุณชายเวิน?” เมื่อเห็นเวินเทียนเหล่ยมองนางโดยไม่เอ่ยคำใด จ้าวซินเอ๋อร์ก็อดหน้าแดงด้วยความเขินอายไม่ได้ ท่าทางของนางที่อยู่หน้าประตูก็ขวยเขิน “เหตุใดท่านถึงมองข้าเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ?”
“อยากอาเจียน” หลังจากที่เวินเทียนเหล่ยพูดสองคำนี้ด้วยสีหน้าเย็นชา เขาก็หันไปจ้องมองหลี่เยว่หานที่ “หมดสติ” ต่อไป
จ้าวซินเอ๋อร์คาดไม่ถึงว่าเวินเทียนเหล่ยจะพูดเช่นนี้ ไม่ว่านางจะไร้ยางอายเพียงใด นางก็ยังหน้าแดง อับอายเกินกว่าจะพูดต่อ
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วยาม ฉงหยาง เด็กหนุ่มรับใช้ของเวินเทียนเหล่ยก็เข้ามาในบ