ุกเข่าต่อหน้าเวินเทียนเหล่ย แต่หลังของนางยังตั้งตรง “พี่หานเยว่อยากช่วยเหลือคนมีมลทิน มากกว่ายื่นมือช่วยเหลือชาวบ้าน อีกทั้งนางยังดูถูกข้าอีกหลายครั้งด้วย ส่งผลให้ชื่อเสียงของข้าเสียหาย จนข้าไม่ได้แต่งงานออกเรือน ข้าอยู่บ้านจนอายุสิบแปดปีแล้ว ทำให้แม่ของข้าโกรธมาก นางจึงพูดจารุนแรงกับพี่หานเยว่ในวันนี้เจ้าค่ะ!”
จะเห็นได้ว่าจ้าวซินเอ๋อร์เป็นคนฉลาด มีความจริงสามส่วนและความเท็จสองส่วนในสิ่งที่นางพูด ชาวบ้านที่มาเฝ้าดูไม่อาจเถียงได้ไปครู่หนึ่ง
เพราะหลี่เยว่หานปฏิเสธผู้หญิงคนอื่นทุกคน แต่ช่วยแค่วังหลานเท่านั้นจริง ๆ
แต่เหตุผลที่ทำให้จ้าวซินเอ๋อร์เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะความพยายามอย่างเต็มที่ของเนี่ยเตอเป่า ที่พยายามปกป้องนางในวันนั้นมิใช่หรอกหรือ?
เมื่อจ้าวซินเอ๋อร์คุกเข่าต่อหน้าเวินเทียนเหล่ย และกำลังพูดพล่าม เวินเทียนเหล่ยก็สั่งให้คนของเขาสองสามคนค่อย ๆ เคลื่อนย้ายหลี่เยว่หานที่ “หมดสติ” และมู่ชวนที่ “บาดเจ็บสาหัส” ขึ้นรถม้า จากนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคน เขาก็หยิบเหรียญทองคำออกมามอบให้ชายหนุ่มสองเหรียญ แล้วบอกให้เขาพาไปหาหมอที่อำเภอ
หลังจากทำเช่นนี้ เวินเทียนเหล่ยก็ไม่แม้แต่จะมองไปที่จ้าวซินเอ๋อร์ ที่กำลังคุกเข่าพูดพล่ามอยู่ด้วยซ้ำ เมื่อเขากำลังจะปีนขึ้นไปบนรถม้า เพื่อพาหลี่เยว่หานกลับบ้าน จ้าวซินเอ๋อร์ก็ตื่นตระหนก นางจึงคว้าเสื้อคลุมของเวินเทียนเหล่ยไว้ “คุณชาย หากคุณชายไม่เชื่อสิ่งท