ัวหน้ามู่บ้านมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋รู้สึกว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทันใดนั้นเสียงกีบม้า ‘กรุบกรับ ๆ’ ก็ดังขึ้น ทุกคนเงยหน้ามองและเห็นรถม้าอันหรูหราเกินจริงวิ่งเข้ามาหยุดลงช้า ๆ ชาวหนุ่มรูปงามเห็นชาวบ้านมารวมตัวกันจึงตะโกนถามเสียงดังลั่น “ขออภัย ข้าจะไปบ้านตระกูลหานได้อย่างไร? บ้านน้องสะใภ้ที่มีลูกสองคนน่ะ!”
ทุกคนเงียบและจำใจเคลื่อนตัวออกไป เผยให้เห็นหลี่เยว่หานกับมู่ชวนที่กำลังนอนกองอยู่บนพื้น
เวินเทียนเหล่ยนั่งอยู่ในรถม้าและเห็นว่าไม่มีใครตอบรับ จึงก้าวลงมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่แล้วใบหน้ากลับต้องซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
เวินเทียนเหล่ยรีบกระโดดลงจากรถม้าโดยไม่รีรอให้ผู้ใดพูดตอบ ก้าวเข้าไปหาหลี่เยว่หานภายในสองสามก้าวแล้วตรวจดูว่านางยังหายใจอยู่หรือไม่ มองดูมู่ชวนจนชัดเจน จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาหลิงตังที่กำลังร้องไห้คุกเข่าอยู่ตรงหน้าหัวหน้าหมู่บ้านด้วยท่าทางโกรธจัด เขาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมา จ้องมองไปทางหัวหน้าหมู่บ้านและตะคอกว่า “ใครบังอาจมาทำร้ายพี่สะใภ้ข้า”
ชาวบ้านยังคงสงสัยเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเวินเทียนเหล่ย ทว่าพวกเขากลับเงียบกริบเมื่อได้ยินว่าชายที่นั่งรถม้าสุดหรูผู้นี้เป็นน้องเขยของหลี่เยว่หาน
การต่อสู้ของหญิงสาวในหมู่บ้านไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอันใด หากแต่ใครกล้าต่อสู้ถวายหัวก็สามารถต่อสู้ได้ทุกรูปแบบ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใ