ห้เหมาะสมล่ะ”
“ไม่เคยต่อสู้แพ้มาก่อนใช่ไหม?” หลี่เยว่หานยิ้ม กระชากผมของนางเฉาให้เงยหน้าขึ้นอย่างแรง “ลูกชายของข้าเข้ามาห้ามเจ้าแต่เจ้ากลับเตะเขาอย่างไร้ความปรานี หากเป็นเช่นนั้นข้าทำลูกเจ้าบ้างได้ไหมล่ะ?”
หลังจากกล่าวจบ นางก็ปล่อยมือออก ทำให้นางเฉาที่ไม่ทันตั้งตัวล้มลง แผ่นหลังจรดลำคอกระแทกกับพื้นอย่างแรง
นางเฉาต้องการสาปแช่งต่อ ทว่าหลี่เยว่หานเหยียบหน้าอกนางไว้แน่น อย่าว่าแต่สาปแช่ง แม้แต่หายใจยังลำบาก ประกอบกับมือและเท้าที่หนาของนาง ถึงแม้ว่านางจะดีดดิ้นเอาเท้าเตะพื้นได้ แต่นางกลับไม่สามารถหลุดพ้นจากเท้าของหลี่เยว่หานได้เลย
“มู่โทว!” หลี่เยว่หานจ้องเขม็งไปที่นางเฉาขณะตะโกนถามมู่ชวน “หากเจ้ารู้สึกคับข้องใจจงเอ่ยปากบอกข้ามา แล้วข้าจะมอบความยุติธรรมให้แก่เจ้า!”
“ท่านแม่ ข้าเจ็บหน้าอกมาก เกรงว่ากระดูกจะหัก” มู่ชวนจะไม่รู้แผนการของหลี่เยว่หานได้อย่างไร เขาทำตัวอ่อนแอมาตั้งแต่แรก มักจะคอยให้หลิงซีประคับประคองร่างกายอีกที ขณะเดียวกันหลิงซีเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อยและนางกำลังหวาดกลัวจนร้องไห้
“โอ้ แม่เฒ่าเฉารนหาที่ตายเสียแล้ว บังอาจลงไม้ลงมือกับเด็กน้อย” ใครบางคนในฝูงชนตะโกนสาปแช่ง “เป็นธรรมดาที่พวกเราจะทะเลาะตบตีกันบ้าง แต่ท่านหัวหน้ามู่บ้าน แม่เฒ่าเฉานางถึงกับจะทุบตีหลิงตัง หากหานเยว่ไม่ตาไวมือไว ข้าก็เกรงว่าวันนี้เด็กทั้งสองจะต้องทุกข์ทรมาน!”
สะใภ้โจวพร่ำบ่น
เดิมทีนางต้องการเข้าไปช่วยหล