อกล่าวเช่นนั้น จากนั้นจึงเหลือบมองพี่น้องทั้งสองโดยบอกว่าอย่าไปทำความรู้จักกับเวินเทียนเหล่ย
โชคดีที่สองพี่น้องนั้นฉลาดหลักแหลม เมื่อหลี่เยว่หานบอกว่าไม่รู้จักเวินเทียนเหล่ย พวกเขาจึงหันกลับมาสนใจอาหารอีกครั้ง
“ท่านกวนนี่คือแม่นางที่ต้องการซื้อผลไม้รสเปรี้ยวหรือ?” เวินเทียนเหล่ยดูจองหองนัก “ข้าว่านางไม่รู้จักกฎระเบียบ มองเห็นข้าแล้วแต่ยังก้มหน้าก้มตากินอาหาร ไม่รู้จักลุกขึ้นมาทักทายได้อย่างไร สมแล้วที่เป็นคนชนบท”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เกือบจะลุกขึ้นมาชกหน้าเวินเทียนเหล่ย โชคดีที่ความอดทนยังมีเหลือจึงแสร้งทำเป็นตกใจลุกพรวดพราด โค้งคำนับเวินเทียนเหล่ยและยิ้มเบา ๆ “ข้ามาจากชนบท และเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาภัตตาคารแห่งนี้ ปลาดองเหล้ามีรสชาติอร่อยมากจนเผลอละเลยเรื่องมารยาทไปเสียสนิท ท่านผู้สูงศักดิ์อย่างโกรธเคืองกันเลย”
เมื่อเวินเทียนเหล่ยเห็นว่าหลี่เยว่หานอ่อนน้อมถ่อมตนต่อหน้า จึงรู้สึกสบายใจขึ้น “รู้แล้ว นั่งลงแล้วกินอาหารต่อเถอะ ข้าจะไปเอาผลไม้รสเปรี้ยวที่เจ้าต้องการไปส่งที่บ้านเจ้าให้ อีกอย่างข้าไปเยี่ยมเยียนหมู่บ้านมาหมดแล้วและได้สัมผัสประสบการณ์มามากมาย”
เวินเทียนเหล่ยกล่าวและเดินจากไป
ท่านกวนกำลังแสดงสีหน้าสงสัยขณะเดินออกไปส่งเวินเทียนเหล่ย แต่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็หยุดเขาไว้กลางคัน “แม่นางที่ไม่รู้จักกาลเทศะนางนั้นบังเอิญมาเจอข้า ข้าก็ไม่ได้มีความสุขนักหรอกแต่เพื่อเห็นแก่หน