้าเจ้า ข้าจึงตอบตกลงว่าจะขายผลไม้รสเปรี้ยวให้นาง เจ้าอยู่ที่นี่แล้วก็สอนกฎระเบียบให้นางหน่อย อย่าให้นางทำตัวโง่เขลาอีก ถ้าเกิดทีหลังนางไปเจอใครที่ไม่ได้ใจดีเหมือนข้าเข้า เกรงว่าชีวิตนางจะหาไม่เสียก่อน”
จากนั้นเวินเทียนเหล่ยจึงโบกพัดและเดินจากไป
ท่านกวนถอนหายใจและรู้สึกโล่งอกที่เห็นร่างของเวินเทียนเหล่ยหายลับไปจากสายตา
เมื่อเดินเข้าประตูมาและเห็นว่าหลี่เยว่หานยังก้มหน้ากินอาหารอยู่ จึงถึงกับทำตัวไม่ถูก “น้องหานเยว่ เจ้ารู้มั้ยว่าเกือบจะมีคนตีเจ้าแล้ว?”
หลี่เยว่หานวางตะเกียบลง “อา? เพราะเหตุใดหรือ?”
“ไม่มีใครที่เห็นผู้สูงศักดิ์แล้วไม่คุกเข่าหรอก เจ้าก็ด้วย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตข้าเลยนะที่เห็นคนอย่างเจ้า เจ้าไม่เกรงกลัวข้า หัวขโมย ไม่เกรงกลัวผู้สูงศักดิ์แล้วยังกินเอร็ดอร่อยอยู่อีก”
ท่านกวนกล่าวและนั่งลงตรงข้ามหลี่เยว่หาน หยิบถ้วยเปล่าขึ้นมารินสุราให้ตัวเองหนึ่งจอก “แต่เจ้าโชคดีนักที่พ่อค้าใจดีและไม่ได้ถือความอะไรเจ้ามาก หนำซ้ำยังขอให้ข้ามาสอนเรื่องกฎระเบียบแก่เจ้า เอาล่ะ ข้าจะบอกให้ว่าทีหลังอย่าทำตัวโง่เขลาอีก ถ้าครั้งต่อไปเจ้าเจอคนที่ไม่ควรจะไปยุ่งด้วย ลูกสองคนของเจ้าจะไร้แม่เอาได้”
หลี่เยว่หานรีบกลืนเนื้อปลาในปากและหวนนึกถึงเวินเทียนเหล่ยในใจ สีหน้าของเธอดูหวาดผวา “ข้า… ข้าไม่เข้าใจกฎระเบียบการเป็นผู้หญิงเลยจริง ๆ แต่ถ้าหากไม่ใช่เพราะท่านกวนคอยดูแลช่วยเหลือข้ามาตั้งแต่ต้น ข้า… ข้าก