งตวนอู่และจงชิวก็จากไป
สะใภ้โจวเห็นว่ามีเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับข่งซูเจี๋ย อยู่ในบ้านของหลี่เยว่หาน นางจึงมาถามด้วยความสงสัย “น้องหาน เด็กคนนี้คือลูกชายของเจ้าที่หายตัวไปหรือ?”
หลังจากได้ยินคำถาม หลี่เยว่หานก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “โชคดีที่พ่อของเขาส่งเขาไปโรงเรียน เขาจึงรู้จักทิศตะวันออก ตะวันตก เหนือและใต้ หลังจากที่เขาหลงจากพวกเราแล้ว เขาก็เดินไปทางเหนือท่ามกลางผู้ลี้ภัย ระหว่างทางก็ไปเจอน้องชายของข้า ที่ข้าฝากให้ช่วยตามหาเขา พวกเขาจึงพากลับมา สองเดือนที่ผ่านมาเขาลำบากมาก ตัวผอมแห้งเหมือนลิง แต่ก็ยังปลอดภัยดี”
“ช่างเป็นเด็กฉลาดเสียจริง ดูสิว่าเขาดูแลน้องสาวได้ดีแค่ไหน” สะใภ้โจวมองมู่ชวนที่กำลังสอนหลิงซีอ่านหนังสืออยู่ในลานบ้านด้วยสายตาอิจฉาเล็กน้อย นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แล้ววางมือลงบนท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว “ข้าแต่งงานกับโจวต้าหู่มาสามปีแล้ว แต่ท้องของข้าก็ยังไม่ขยับเลย ข้าอิจฉาเจ้ายิ่งนัก”
เมื่อเห็นว่าสะใภ้โจวเริ่มเศร้าขณะพูดคุย หลี่เยว่หานก็รีบจูงนางออกไปที่ลานบ้าน แล้วนั่งลงกินเมล็ดแตงโมด้วยกัน จากนั้นพูดว่า “พี่สะใภ้โจว จะว่าไปแล้วข้ามัวยุ่งอยู่กับเรื่องเจอตัวมู่โทวเมื่อเช้านี้ แล้วแม่ม่ายฉางล่ะถูกตัดสินจำคุกหรือไม่?”
“เฮ้อ ข้าว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟังอยู่พอดี!” สะใภ้โจวตื่นเต้นมากเมื่อเริ่มนินทา “ถูกตัดสินแล้ว ถูกตัดสินแล้ว แม้ว่าจะถูกส่งตัวไปศาลาว่าการท้องถิ่นต