ปมัดนางไว้ แล้วโยนนางลงบนเกวียนของท่านอาหรง พร้อมกับพาชายหนุ่มแข็งแกร่งที่ซื่อสัตย์และเชื่อถือได้สองคน คุมตัวมุ่งหน้าไปยังอำเภอ
ว่ากันว่าจางอวี้เหมย หรือแม่ม่ายฉาง ด่าทอไปตลอดทาง จนชายหนุ่มทนไม่ไหว จึงถอดถุงเท้าเหม็นออกมายัดเข้าปากนาง
หลังจากที่ทุกคนในหมู่บ้านแยกย้ายกันไป สะใภ้โจวก็ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหลี่เยว่หานสบายดีแล้วจริง ๆ จากนั้นก็กลับเข้าบ้านของตนเอง หลี่เยว่หานรีบไปเปิดประตูห้องครัว
มองเพียงปราดเดียว ก็เห็นหลิงซีที่นั่งร้องไห้เบา ๆ อยู่ตรงมุมห้อง เธอรีบวิ่งมากอดนางทันที “อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้ ไม่เป็นอันใด ไม่เป็นอันใด”
หลิงซีกอดหลี่เยว่หานแน่น สะอึกสะอื้นและไม่ยอมพูด หลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางก็สงบลง ขณะแตะใบหน้าของหลี่เยว่หาน แล้วพูดว่า “ท่านอาหญิง หลิงซีกำลังทำให้ท่านเดือดร้อนหรือเปล่าเจ้าคะ หากเรายังอยู่ในหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ท่านอาจะไม่มีวันปล่อยให้ท่านอาหญิงโดนกลั่นแกล้ง และเป็นทุกข์เช่นนี้แน่นอน”
หลังจากได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกสะเทือนใจมากขึ้น “หลิงซีจะทำให้อาเดือดร้อนไปได้อย่างไร อาต้องขอบคุณหลิงซีต่างหาก เพราะหลิงซีเป็นคนทำให้อารู้ว่าในโลกนี้มีเด็กหญิงตัวน้อยที่น่ารักเช่นนี้อยู่ด้วย”
“ฮือ ๆๆ… ข้าคิดถึงพี่ชาย… ข้าคิดถึงท่านอา… หลิงซีไร้ประโยชน์… หลิงซีปกป้องท่านอาหญิงไม่ได้…” หลิงซีกอดคอหลี่เยว่หานแล้วร้องไห้ออกมา
ตอนที่หลี่เยว่หานไปเปิดประตู เธอได้ลงกลอนด้านนอกป