ว่หานเริ่มไม่ค่อยดี พี่จู้ก็กลับมามีสติ “ดูปากของข้าสิ เผลอพูดจาเหลวไหลไปเสียได้! น้องหานอย่าได้ใส่ใจเลย ข้าก็แค่เกรงว่าเจ้าเป็นแม่ม่ายลูกติดแล้วจะมีชีวิตที่ยากลำบาก หากเจ้าคิดว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช่นนั้นพี่สาวก็จะไม่ว่าอันใดเจ้าหรอก”
“ข้ารู้ว่าตอนที่ข้ากับหลิงตังย้ายเข้ามาที่หมู่บ้านจางหนิง ช่วงเวลาจัดสรรที่ดินได้ผ่านไปแล้ว ไม่ทราบว่าพี่จู้สามารถช่วยข้าถามหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ให้หน่อยได้หรือไม่ ว่าในหมู่บ้านยังมีที่ดินเปล่าว่างอยู่หรือไม่ ข้าต้องการเช่าเจ้าค่ะ”
สีหน้าของพี่จู้ก็เริ่มจริงจัง “ได้ ประเดี๋ยวข้าจะถามเรื่องนี้ให้เจ้า ดูเหมือนว่าจะมีที่ดินว่างอยู่ผืนหนึ่ง เพราะบริเวณนั้นค่อนข้างห่างไกล หากเจ้าเช่าได้ก็จะดีมาก”
หลังจากพูดจบ พี่จู้ก็เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามอย่างไม่แน่ใจ “น้องสาว ข้าไม่ได้อยากรู้อยากเห็นเกินไป แต่ข้าต้องเตือนเจ้าว่าเจ้าต้องวางแผนการใช้เงินให้ดี อย่าใช้เงินสิ้นเปลือง เมื่อถึงเวลาที่ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกินที่บ้านก็จะแย่เอา”
หลังจากได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ไม่เป็นไรหรอก หากต้องการอยู่ในหมู่บ้าน ข้าก็ต้องหางานทำ ชีวิตชาวไร่ชาวนา การทำไร่ย่อมมีประโยชน์กว่าอยู่เฉยแน่นอน เพราะหากให้ไปทำงานอย่างอื่น ข้าก็ทำไม่เป็นหรอกเจ้าค่ะ”
“ก็ได้ ในเมื่อเจ้าคิดจะทำ พี่จะลองไปถามพี่ใหญ่ให้เจ้า ว่ายังมีที่ดินว่างอยู่หรือไม่”