ว่หานจึงใช้แอลกอฮอล์มาทำความสะอาดบาดแผลให้เขาในช่วงแรก พลางเอ่ยปลอบ
เพียงไม่กี่คำ
เธออยากจะอยู่เฝ้า แต่กลับเหนื่อยล้าหลังจากเดินมาหนึ่งวันเต็ม หลี่เยว่หานจึงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อตื่นขึ้นมา ชายในชุดโบราณผู้นั้นก็หายตัวไปแล้ว
นอกจากนี้เธอยังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทีมอาสาได้ฟังด้วย ทุกคนเพียงแค่คิดว่ามีชนเผ่าอยู่ในภูเขาลึกและป่าเก่าแก่เพียงเท่านั้น หลังจากนั้นจึงไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นมากมายนัก หลี่เยว่หานเข้าสู่ความวุ่นวายของการทำงาน จึงทำให้เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“ไม่…ไม่ใช่…” หลี่เยว่หานมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยท่าทีตกใจ “ท่านย้ายมายังหมู่บ้านไป๋อวิ๋นเมื่อสองปีก่อน ข้า… ตอนนั้นข้าเพิ่งเรียนจบ จากนั้นข้าก็มาอยู่ที่นี่ เป็นเวลาห้าปีแล้ว!”
“ในลัญจกรหยก เวลาค่อนข้างแตกต่างกัน” เมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “เมื่อข้าฟื้นขึ้นมา ก็พบว่าตนเองออกมาจากถ้ำนั้นเสียแล้ว จึงคิดว่าเจ้าอาจปล่อยข้าทิ้งเอาไว้ ข้าพยายามตามร่องรอยของเจ้าอยู่สักพัก แต่กลับไม่พบสิ่งใด จนหลงทางอยู่อีกหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งในสระน้ำนั้น เจ้าอยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย”
“เจ้าบอกว่าข้ากล้าหาญยิ่งนัก หากเจอคนลอยอยู่ในสระน้ำคิดว่าข้าจะกล้าไปช่วยอย่างนั้นหรือ”
“นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อข้าพบเจ้า ลัญจกรหยกก็เกิดส่องแสงขึ้น ข้ากระโดดลงน้ำไปเพื่อไปช่วยชีวิตคน แต่กลับ…”
เมื่อนึกได้ว่าหลิงซียังอยู่ ณ ตรงนั้น เ