กีบม้ากระทบดังมาจากที่ไกล ๆ ก่อนจะมาหยุดลงตรงหน้าประตูบ้านสกุลเมิ่ง
เมิ่งฉีฮ่วนลงมาจากรถม้า พลางตะโกนซ้ำ ๆ อยู่หน้าประตูบ้าน “เยว่หาน! เยว่หาน! เจ้าตื่นหรือยัง! ข้ากลับมาแล้ว!”
แอ๊ด…
ประตูบ้านของสกุลเมิ่งถูกเปิดออก มู่ชวนที่ไม่ได้นอนทั้งคืนเดินออกมาพร้อมทั้งดวงตาแดงก่ำ
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนเห็นภาพนี้ ก็รู้สึกเหมือนภายในใจเต้น ‘ตุบตุบ’ เหมือนจะกระตุกวูบลง ก่อนจะวางของที่อยู่ในมือแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้น? ที่บ้านเกิดเรื่องอันใดหรือ?”
“ท่านอา…” น้ำตาที่อัดอั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนของมู่ชวนก็ไหลรินลงมาในที่สุด ก่อนจะพุ่งเข้าสวมกอดเมิ่งฉีฮ่วนแล้วร้องไห้เสียงดัง “ท่านอาหญิงกับหลิงซีไม่อยู่แล้ว! พวกนางจากไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกเหมือนมีเสียง ‘วิ๊ง’ ดังขึ้นในหัว ก่อนจะรีบอุ้มมู่ชวนขึ้นมาแล้วรีบวิ่งเข้าประตูไป
ทันทีที่ก้าวพ้นเข้าประตู ก็ได้เห็น ‘ศพ’ สองร่างวางนอนอยู่บนสนาม ภายในใจรู้สึกว่างเปล่าในทันที
“เป็นไปได้อย่างไร…” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา พลางก้าวเดินไปหยุดอยู่ข้างกายของหลี่เยว่หานและหลิงซี ก่อนจะจ้องมองร่างที่ซีดเซียวราวกับไร้การไหลเวียนเลือดของทั้งสองด้วยสายตาเหลือเชื่อ ชายชาตรีสูงราว ๆ เจ็ดฉื่อหลั่งรินน้ำตาของตน “เยว่หาน! เยว่หานเจ้าตื่นสิ เจ้าตื่นสิ! ข้ากลับมาแล้ว ข้าจะไม่ออกไปไหนอีกแล้ว เจ้าตื่นสิ!”
เมื่อได้ยินเสียงคร่ำครวญของเมิ่งฉีฮ่วน