ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงรีบสวมเสื้อผ้าแล้วเดินมายังบ้านสกุลเมิ่ง จินเสวี่ยเอ๋อร์ที่โดนเชือกมัดเอาไว้หลายเส้นก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาเช่นกัน
หลิวโหย่วฉายที่พักค้างแรมอยู่ เดิมทีรู้สึกง่วงมาก แต่เมื่อได้ยินเสียงของเมิ่งฉีฮ่วนเขาก็ตื่นขึ้นทันทีพลางก้าวเดินมา “พี่เมิ่ง ข้าขอโทษที่ไม่สามารถช่วยดูแลครอบครัวของท่านได้ จนนังผู้หญิงเลวคนนี้สบโอกาส ใส่ยาพิษลงในหม้อ เมื่อวานนี้หมอเฉินช่วยเอาไว้ได้ครู่หนึ่ง แต่เมื่อตกเย็น ฮูหยินกับ… หลิงซี… ก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีก…”
หลังจากฟังคำพูดของหลิวโหย่วฉายแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนจึงปรายตาหันไปมองที่จินเสวี่ยเอ๋อร์ที่อยู่ตรงมุมด้านใน
โดยไม่รอให้หลิวโหย่วฉายรู้ตัว เมิ่งฉีฮ่วนก็หยิบขวานขึ้นมาหวังจะพุ่งเข้าไปสับร่างของจินเสวี่ยเอ๋อร์
สิ่งที่แตกต่างจากมู่ชวนคือ เมิ่งฉีฮ่วนเป็นบุรุษผู้เติบใหญ่แล้วจึงแข็งแรงกว่ามาก หลิวโหย่วฉายเพียงคนเดียวจึงไม่สามารถห้ามปรามความคลุ้มคลั่งของเมิ่งฉีฮ่วนในตอนนี้ได้เลย ชาวบ้านในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นที่กำลังง่วงนอนกันอยู่ต่างตกใจตื่นเมื่อเห็นภาพนี้ ชายหนุ่มหลายคนรีบพุ่งตัวเข้ามา ร่วมกันใช้พละกำลังมหาศาลเพื่อหยุดเมิ่งฉีฮ่วนเอาไว้ พลางรีบคว้าขวานออกจากมือของเขา
จินเสวี่ยเอ๋อร์รอดชีวิตอีกครั้งอย่างหวุดหวิด
ซุนไท่กงมาถึงช้า เมื่อก้าวผ่านเข้าทางประตูใหญ่เข้ามาแล้วจึงได้เห็นทุกคนช่วยกันห้ามเมิ่งฉีฮ่วนเอาไว้ เขาจึงเอ่ยขึ้น “พ่อหนุ่มเมิ่ง! เจ้าใจเย็นเสียหน่อยเภิด