! คนตายไปแล้วไม่สามารถฟื้นคืนได้ เจ้ายังมีมู่ชวนที่ต้องดูแล อย่าทำลายชีวิตตัวเองเพราะผู้หญิงคนนี้เลย! เช่นนั้นแล้วมู่ชวนจะทำเช่นไร!”
เมื่อได้ฟังคำพูดของซุนไท่กง สุดท้ายเมิ่งฉีฮ่วนก็สงบลงได้ครู่หนึ่ง แต่สายตาของเขาก็ยังจับจ้องไปยังจินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างดุเดือด ก่อนจะนั่งลงข้างแคร่ไม้ที่ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันตั้งขึ้นเพื่อวาง ‘ศพ’ ของหลี่เยว่หานและหลิงซี เขารู้สึกอัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออกพลันแววตาแดงก่ำ
เมื่อหมอเฉินเห็นเช่นนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจ พลางย่อตัวนั่งลงข้างเมิ่งฮีฮ่วน “คนตายฟื้นคืนไม่ได้ สหายเมิ่ง ข้าเสียใจด้วย”
เมื่อเอ่ยจบ เขาก็ตบบ่าเมิ่งฉีฮ่วน ก่อนจะใช้เวลาไม่นานเพื่อกระซิบเข้าที่ข้างหูของเขา “ยาไทซี”
เพียงคำพูดสามพยางค์ เมิ่งฉีฮ่วนก็เรียงลำดับเหตุการณ์ได้ในทันที นอกจากนี้ เมื่อวานตอนที่เขาอยู่ที่เมืองชิง ยังได้รับสาสน์จากนกกระจอก จึงสงบจิตสงบใจลงได้
ถึงแม้ว่าสาสน์ที่มู่ชวนเขียนมาให้ แจ้งเพียงว่ามีคนในครอบครัวถูกวางยาพิษเท่านั้น แต่เขาก็คาดเดาเอาไว้ว่าพวกเขาอาจหาวิธีรับมือเฉพาะหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปในเมื่อวาน
“ท่านปู่ซุน” เมิ่งฉีฮ่วนยันตัวลุกขึ้นยืนจากพื้น ก่อนจะเดินมาหาซุนไท่กง ยังคงมีอาการหายใจติดขัดและดวงตาแดงก่ำอยู่ “แจ้งทางการไปหรือยัง?”
“เมื่อวานข้าส่งคนไปแจ้งทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเวลาก่อน เจ้าหน้าที่ทางการและทางบ้านสกุลหลิ่วจะมาที่นี่โดยเร็ววัน”
“ตระกูลหลิ่ว?” เมิ่