เด็กมีไหวพริบ เขารีบรับเงินไป ก่อนจะวิ่งออกจากประตูห้องครัวแล้วโยนกระเป๋าใส่หนังสือทิ้งไป พลางเอ่ยตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมกับร้องห่มร้องไห้ “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ท่านปู่ซุน ท่านปู่ซุนช่วยด้วย!”
ในขณะที่กำลังร้องห่มร้องไห้ มู่ชวนก็ได้วิ่งไปทั่ว
ไม่นานนัก ที่หน้าประตูบ้านสกุลเมิ่งก็เต็มไปด้วยผู้คน หลี่เยว่หานได้วางแผนกับหลิงซีเอาไว้ ทั้งสองนอนราบอยู่บนพื้นโดยไม่ขยับตัวแต่อย่างใด จึงไม่มีผู้ใดกล้าเดินเข้ามา เพราะต่างพากันคิดว่าคนของสกุลเมิ่งได้สิ้นใจเป็นที่เรียบร้อย
ซุนไท่กงรีบมาที่นี่โดยเร็ว เมื่อสังเกตอยู่ครู่หนึ่งก็ได้เห็นสาวน้อยทั้งสองที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ภายในครัว จากนั้นจึงปรายตามองมู่ชวนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ตอนนี้ เจ้ารีบไปหาท่านลุงหนิวของเจ้าเสีย บอกเขาให้รีบผูกเกวียนแล้วรีบไปที่โรงหมอ!”
เมื่อเอ่ยจบ ซุนไท่กงก็ขวางชาวบ้านที่กำลังมุงดูอยู่นอกประตู ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในครัวด้วยตัวเอง เพื่อเข้ามาดูอาการของหลี่เยว่หานและหลิงซี
เมื่อเห็นท่านปู่ซุนเดินเข้ามาเพียงผู้เดียว หลี่เยว่หานจึงลืมตาขึ้นพร้อมทั้งขยิบตาให้เขาหนึ่งครั้ง
ถึงแม้ว่าซุนไท่กงจะยังไม่เข้าใจว่านางต้องการทำอะไรกันแน่ แต่เขาก็ไม่ได้เปิดเผยความลับของนาง แต่กลับค้ำยันไม้เท้าคู่กายแล้วยืนเหยียดตัวขึ้นมาแทน ก่อนจะเอ่ยกล่าวกับผู้คนที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หลิวโหย่วฉาย เจ้ากับฮูหยินของเจ้าเข้ามานี่หน่อย