ี่เรียบร้อยแล้วว่าหลี่เยว่หานและหลิงซีโดนวางยา ฮูหยินสกุลหลิวถึงกับร่ำไห้ทั้งน้ำตาแล้วบอกว่าพวกนางใกล้สิ้นใจ ในเวลานี้ คนทั้งหมูบ้านเกือบครึ่งต่างมารวมตัวอยู่บริเวณหน้าประตูบ้านสกุลเมิ่ง
มู่ชวนพาหมอเดินเข้าประตูไป หลังจากนั้นก็ได้รับการตอบรับจากซุนไท่กงที่อยู่ด้านใน เมื่อเห็นทั้งสองก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“ผู้อาวุโสซุน” เมื่อเจ้าไปถึงลานด้านใน หมอคนนั้นก็เอ่ยทักทายซุนไท่กงด้วยความนอบน้อม
หลี่เยว่หานอดสงสัยไม่ได้
“ไม่ต้องสุภาพหรอก” ซุนไท่กงโบกมือ เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานงุนงง จึงเริ่มอธิบาย “ท่านหมอเฉินเป็นหมอประจำตระกูล”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงอดที่จะปรายตามองมู่ชวนไม่ได้
เด็กคนนี้เป็นงานเสียจริง รู้ว่าต้องไปตามหมอแต่ถึงอย่างนั้นก็เลือกตามหมอประจำตระกูลของตัวเอง เพียงแต่หลี่เยว่หานไม่เคยพบท่านหมอเฉินมาก่อน เห็นได้ชัดว่าเมิ่งฉีฮ่วนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นมาเป็นเวลาเพียงแค่สองสามปีเท่านั้น
“ท่านหมอเฉิน ข้าอยากขอความร่วมมือจากท่านเสียหน่อยเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานไม่ได้เอ่ยถามมู่ชวน แต่กลับจ้องมองไปยังท่านหมอเฉินแล้วเอ่ยพูดด้วยความสุภาพ “การแสดงในครั้งนี้ต้องขอแรงจากท่านหมอเฉินมาร่วมด้วยช่วยกันเสียหน่อย จึงจะสามารถดำเนินการต่อได้เจ้าค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหลี่เยว่หานแล้ว ท่านหมอเฉินก็ได้พยักหน้า “ข้าจะไปนำอาหารพวกนั้นออกมาจากหม้อ แล้วดูเสียว่าเป็นพิษชนิดใด”
“ต้องรบกวนท่านหมอ