ให้เงินเป็นการแลกเปลี่ยนตอบแทนหรือไม่” หลี่เยว่หานเอ่ยอีกครั้ง
ตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนทานไม่ลงอีกต่อไป “เยว่หาน เจ้าบอกข้ามาตามตรง ในใจเจ้ายังมีอะไรค้างคาอยู่หรือไม่?”
“ไม่มี” เยว่หานตอบกลับ “ข้าเผามันทิ้งไปหมดแล้ว เจ้ายังค้างคาอยู่หรือ?”
“ข้าเองก็ไม่เช่นกัน ข้าแค่กังวลว่าเจ้าจะยังมีเรื่องค้างคาใจ” เมิ่งฉีฮ่วนรู้ในสิ่งที่หลี่เยว่หานต้องการสื่อ เขากลับมานึกอีกครั้งว่ามีความนัยอื่นซ่อนไว้หรือไม่ “หากเจ้าไม่มีก็ดี ข้าแค่กังวลว่าเจ้าจะมีเรื่องกังวลอยู่ในใจ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานหันไปมองเมิ่งฉีฮ่วน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
จินเสวี่ยเอ๋อร์อาจจะกำลังปรับตัวกับชีวิตใหม่ ดังนั้นช่วงนี้จึงยังไม่ได้สร้างปัญหาอะไร แต่หลี่เยว่หานเองก็ไม่อยากประมาท
เพราะท้ายที่สุดแล้ว หลิงซีก็เคยโดนนางลักพาตัวไปครั้งหนึ่ง เมื่อเทียบกับมู่ชวนแล้วเด็กหญิงไม่มีความตื่นตัวเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นหลี่เยว่หานจึงต้องพานางไปทุกที่ที่ตนเองไป และเข้านอนด้วยกันอยู่เสมอ
เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น หลี่เยว่หานตื่นมาจัดแจงอาหารแห้งให้เมิ่งฉีฮ่วน ก่อนจะไปปลุกเขาให้ลุกขึ้นจากเตียง เกวียนม้าที่ไปยืมไว้ล่วงหน้าคืนก่อนได้มาถึงแล้ว
สำหรับพวกหมูตุ๋นและของอย่างอื่น หลี่เยว่หานได้เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่รอให้ชายหนุ่มออกเดินทาง
เมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ทำได้เพียงยอมขึ้นเกวียนม้าไปอย่างว่าง่ายเท่านั้น ท้องฟ้าเริ่มส