ว่างแล้ว แต่เขาเพิ่งออกเดินทางจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋น
แต่สิ่งที่หลี่เยว่หานไม่รู้คือ ภาพของเมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังออกไปจากหมู่บ้านได้ตกอยู่ในสายตาของจินเสวี่ยเอ๋อร์ที่ข่มตานอนหลับไม่ลงจนถึงเช้าแล้ว
ถึงจะนำทุกอย่างลงดินแล้วก็ตาม แต่หลี่เยว่หานก็ไม่ได้เกียจคร้านแม้แต่น้อย เธอใช้ช่วงที่อากาศดี เปิดขวดน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าวออก
จากนั้นปิดฝาโถข้าวหมักที่ทำเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน แล้วนำกากออกมาหมักแยก ผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำมาต้มน้ำส้มสายชูไว้หนึ่งขวด
สิ่งนี้แตกต่างจากซีอิ๊วที่ต้องตากแดด คือน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าวจะต้องเก็บเอาไว้ในที่เย็น ดังนั้นหลี่เยว่หานจึงไม่เคยเปิดขวดมันเลยตลอดช่วงหน้าหนาว
ทันทีที่เปิดฝาขวดออก กลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวก็โชยออกมา ทำให้ห้องเก็บผักเต็มไปด้วยกลิ่นของมันทั้งหมด
“เปรี้ยวจัง!” หลิงซีจับช้อนพลางเดินเข้าไปหยิบขวดน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวออกมาเท ก่อนจะชิมเข้าปาก ทันใดนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เยว่หานก็อดหัวเราะไม่ได้ “สิ่งนี้คือน้ำส้มสายชูหมักจากข้าว แน่นอนว่าต้องเปรี้ยว น้ำส้มสายชูเป็นส่วนผสมที่ดีในการปรุงอาหาร ตอนกลางวันอาหญิงจะทำซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานให้ดีหรือไม่?”
เมื่อได้ยินว่าเป็นของอร่อย หลิงซีจึงหัวเราะร่าขึ้นมา “ดีเจ้าค่ะ ดีเจ้าค่ะ! ซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานต้องใช้น้ำตาลใช่หรือไม่เจ้าคะ? หลิงซีทานของหวานได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ? หลิงซีอยาก