นรู้สึกใจสลายมากจริง ๆ “ขอเพียงเจ้าไม่คุยกับคนนอก ข้าก็จะไม่รู้สึกแย่”
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานก็อดคิดถึงภาพตอนที่เมิ่งฉีฮ่วนปฏิบัติต่อจินเสวี่ยเอ๋อร์เมื่อหลายวันก่อนขึ้นมาไม่ได้ หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย “แต่หากเจ้าปฏิบัติกับจินเสวี่ยเอ๋อร์เหมือนที่ทำเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็อย่ามาพูดว่าข้าหยาบคายก็แล้วกัน!”
“ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนั้น” เมิ่งฉีฮ่วนจ้องมองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังแสดงท่าทีว่าตัวเองแข็งแกร่ง และอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก “ข้าจะปฏิบัติเช่นนั้นกับเจ้าเพียงผู้เดียว”
“…” ให้ตายเถอะ! ชายที่แข็งทื่อราวกับท่อนไม้เช่นนี้ ทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคได้อย่างไร!
หลี่เยว่หานส่ายหน้าด้วยท่าทางแปลกประหลาด “ดึกแล้ว …เจ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“หน้าเจ้าแดงแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพูดอย่างจริงจัง
“ข้าเปล่า!” หลี่เยว่าหานปฏิเสธ ทว่าก็รีบยกมือขึ้นปิดปังใบหน้า “เจ้าตาฝาดแล้ว!”
“เจ้าหน้าแดง” เมื่อเห็นหลี่เยว่หานมีอาการเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนจึงพูดอย่างหนักแน่นอีกครั้ง
“เจ้านี่น่ารำคาญจริง ๆ! รีบกลับไปนอนได้แล้ว ข้าง่วง! ข้าจะนอนแล้ว!” เมื่อเอ่ยจบ หลี่เยว่หานก็เตะรองเท้าเขาสองสามครั้ง ก่อนจะพลิกตัวพลางหยิบผ้าห่มเข้ามากอดพร้อมดึงผ้าห่มคลุมตัวเองจนเสร็จสรรพ
เมื่อเห็นดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น เขาดึงผ้าลงจากใบหน้าหลี่เยว่หาน
หญิงสาวเริ่มจะหงุด