หงิด แต่กลับได้ยินเสียงแฝงแววขบขันของเมิ่งฉีฮ่วนเข้าเสียก่อน “เดี๋ยวจะหายใจไม่ออก ข้าไปนอนก่อนนะ”
เมื่อเอ่ยเสร็จเขาก็เดินออกจากห้องของหลี่เยว่หานไป ปล่อยให้หลี่เยว่หานนอนว้าวุ่นอยู่บนเตียงเพียงลำพัง
คนผู้นี้เป็นอะไรกันแน่! นี่เป็นการแกล้งเล่นรึไง! เย้าแหย่กันอย่างนั้นหรือ!
หลี่เยว่หานรู้สึกหงุดหงิดมากจนเผลอหลับไปกลางดึก
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เยว่หานได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากข้างนอก เธอรีบลุกจากเตียงพลางสวมรองเท้าและเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นภาพจินเสวี่ยเอ๋อร์คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเมิ่งฉีฮ่วน กำลังร่ำไห้และจับชายชุดของชายหนุ่มไว้
“น้องเมิ่ง เจ้าจะไล่ข้าไปจริง ๆ หรือ เช่นนั้นแล้วข้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร!” จินเสวี่ยเอ๋อร์ร้องไห้อย่างน่าสงสาร ราวกับว่านางกำลังจะโดนเมิ่งฉีฮ่วนทอดทิ้ง
“เจ้าเป็นอะไรอีก!” หลี่เยว่หานรีบพุ่งเข้าไปข้างหน้า ก่อนจะดึงมือจินเสวี่ยเอ๋อร์ออกจากชายชุดของเมิ่งฉีฮ่วนและพูดด้วยท่าทีแข็งกร้าว “เมื่อวานก็พูดอย่างชัดเจนต่อหน้าท่านปุ่ซุนแล้ว วันนี้เจ้าต้องย้ายออก!”
“น้องสะใภ้! น้องสะใภ้ช่วยขอร้องน้องเมิ่งแทนข้าที!” จินเสวี่ยเอ๋อร์คว้าชายกระโปรงของหลี่เยว่หาน และพูดด้วยท่าทางน่าสงสาร “ข้าเป็นสตรีตัวคนเดียว จะให้ข้าอยู่ลำพังได้อย่างไร!”
“เจ้าไม่มีมือมีเท้ารึไง! ยามนี้ฤดูใบไม้ผลิวนมาอีกครั้งแล้ว ต่อให้เจ้าจะไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง แต่หากเจ้าใช้ความคิดสักหน่อย เจ้าก็