จะหาอะไรทำในหมู่บ้านได้!” หลี่เยว่หานพยายามดึงชายกระโปรงคืนด้วยความโกรธ “มันยากมากหรือ เจ้าอยากให้พวกข้าช่วยเจ้าอีกใช่หรือไม่!”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงแค่… ข้าไม่เคยทำงานในไร่นาเลย ข้าทำไม่เป็น…” จินเสวี่ยเอ๋อร์มองเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานอย่างน่าสงสาร “จะเป็นไปได้หรือไม่… หากข้าจะมาช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าไม่ต้องการเงินทอง ข้าเพียงต้องการอาหารเท่านั้น!”
“เจ้ามีความคิดดีจริง ๆ!” ก่อนเมิ่งฉีฮ่วนจะเปิดปากเอ่ย หลี่เยว่หานก็ชิงปฏิเสธก่อน “เจ้าเกือบจะเอาหลิงซีไปขาย แล้วเจ้ายังคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเข้ามาในบ้านอีกงั้นหรือ? เจ้ามาอยู่ที่นี่กี่วันแล้ว เจ้าเคยช่วยทำอะไรบ้าง?”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็เงียบลง
“ข้าเรียกท่านว่าพี่สะใภ้ เพราะเห็นแก่พี่ชายร่วมสาบานของข้า” ในที่สุดเมิ่งฉีฮ่วนก็เปิดปากเอ่ยขึ้น หลี่เยว่หานเกือบจะคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนเป็นใบ้ไปเสียแล้ว “หากท่านอยู่ที่บ้านหลังนี้ ทั้งข้าและเยว่หานคงไม่วางใจ แต่ถ้าท่านเต็มใจ ข้าสามารถหางานให้ท่านไว้ใช้เลี้ยงชีพได้”
ประโยคหลังของชายหนุ่มทำให้หลี่เยว่หานรู้สึกหัวร้อน “เจ้าคิดจะทำอะไร!”
“เจ้าใจเย็นลงก่อนเถิด” เมิ่งฉีฮ่วนรู้ว่าหลี่เยว่หานอารมณ์ไม่ดี จึงรีบพูดปลอบใจ “ข้าเพียงกำลังคิดว่าในหมู่บ้านมีสตรีอยู่ไม่น้อยที่ทำงานเย็บปักถักร้อย แล้วเอาผลงานไปแลกรับเงินไม่ใช่หรือ ฝีมือการเย็บปักของจินเสวี่ยเอ๋อร์ดีมาก ข้าจึง