ก่อนจะมองไปยังจินเสวี่ยเอ๋อร์แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หากท่านไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เช่นนั้นก็คงจะไม่หวาดกลัวที่จะเอ่ยคำสาบาน ที่นี่มีซุนไท่กงที่เป็นผู้อาวุโสอยู่ด้วย ทว่าท่านเองก็ไม่ได้เอ่ยว่าเยว่หานทำเกินไป แต่ท่าทีเช่นนี้ของท่านทำให้ข้ารู้สึกว่าคำพูดของท่านอาจมีอะไรบางอย่างผิดปกติ”
ประโยคนี้ทำให้ซุนไท่กงโกรธขึ้นมาทันที
ผู้อาวุโสยกไม้เท้าหัวมังกรในมือกระทุ้งลงบนพื้นพลางเอ่ยว่า “แม่นางจิน สิ่งที่เสี่ยวเมิ่งพูดนั้นถูกต้องแล้ว หากเจ้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แค่เอ่ยสาบานคงทำได้อย่างแน่นอน หากเจ้าตื่นตระหนกมากจนเกินไป มันจะทำให้ข้ารู้สึกว่าเจตนาที่แท้จริงของเจ้านั้นไม่ใช่อย่างที่พูดก่อนหน้านี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สติจินเสวี่ยเอ๋อร์ก็เหมือนจะล่องลอยออกไป
หญิงสาวคิดวนเวียนอยู่กับคำสบถด่า และลืมไปว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่พักหนึ่ง
ทั้งหมดเป็นความผิดของหลี่เยว่หาน นังผู้หญิงเลวทรามคนนี้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จินเสวี่ยเอ๋อร์จึงหันไปมองหลี่เยว่หาน
เมื่อเห็นดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงดันตัวหญิงสาวไปหลบหลังตน เพื่อให้พ้นจากสายตาของจินเสวี่ยเอ๋อร์
“ได้!” จินเสวี่ยเอ๋อร์เองก็ไม่รู้ว่านึกอย่างไรจึงได้กัดฟันตอบตกลงไป “หากสิ่งที่ข้าพูดไม่เป็นความจริง ขอให้ข้ากลายเป็นคณิกาไปชั่วกัปชั่วกัลป์ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และตายอนาถด้วยโรคร้าย!”
แม้จะไม่ได้เอ่ยเหมือนประโยคของหลี่เยว่หานทั้งหมด แต่คำสาบานต่อชีวิตของจ