ินเสวี่ยเอ๋อร์เองก็ถือว่าทรงพลังพอสมควร
เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าเคร่งขรึมของท่านปู่ซุนก็อ่อนลง “แม้เจ้าจะบอกว่าไม่มีทางเลือก แต่เจ้าก็ต้องการที่จะขายหลิงซี เรื่องนี้ต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม แต่เห็นว่าเจ้าเคยเป็นอนุ ทั้งยังเคยโดนบังคับให้ขายเรือนร่าง ครั้งนี้ข้าจึงจะไว้ชีวิตเจ้าไปก่อน พรุ่งนี้ตามไปพบข้าที่ศาลาว่าการ เพื่อนำทะเบียนบ้านของเจ้าย้ายเข้าไปในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นของข้าให้เรียบร้อย จากนั้นเจ้าจะสามารถอยู่ที่นี่ก่อนได้”
หลี่เยว่หานนึกไม่ถึงว่าท่านปู่ซุนจะปล่อยจินเสวี่ยเอ๋อร์ไป ดังนั้นจึงรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูดนั้นก็ถูกเมิ่งฉีฮ่วนคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนกำลังมองมา เธอจึงพยักหน้าอย่างจำใจ หลังจากนั้นก็เม้มปากไม่เอ่ยอะไรอีก
หลี่เยว่หานรู้ว่าชายหนุ่มรักหลิงซีมากเพียงใด อีกทั้งชีวิตของพวกเขายังน่าสงสารมากอีกด้วย เขาคงไม่ปล่อยให้อันตรายอยู่รอบตัวเด็กหญิงอย่างแน่นอน ในวันนี้ที่เขาทำเช่นนี้ …คงเป็นเพราะคิดถี่ถ้วนดีแล้ว
หลังจากคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานจึงไม่เอ่ยอะไรอีก เธอสะบัดมือของเมิ่งฉีฮ่วนให้หลุดออก จากนั้นก็เดินออกจากลานด้านนอกเข้าไปในบ้าน
“ข้าอยู่ได้… ข้าอยู่ได้จริงหรือเจ้าคะ?” น้ำตายังคงเปื้อนไปทั่วใบหน้าของจินเสวี่ยเอ๋อร์ นางมองซุนไท่กง ก่อนจะหันไปมองเมิ่งฉีฮ่วนครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความไม่อยากจ