งนางจะเป็นลูกของพวกเขาหรือไม่
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร” จินเสวี่ยเอ๋อร์พูดด้วยใบหน้าโศกเศร้า “ข้ากับหลิงซีเดินอยู่นานมากหลังจากหลงทาง หลิงซีบอกว่านางกระหายน้ำ ดังนั้นข้าจึงถอนรากหญ้าหวานบางส่วนออกมาให้หลิงซีเคี้ยว ข้าอุ้มนางไว้ตลอดทาง …ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางหลับไปเมื่อไร!”
แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ตอนนี้แม้แต่เขาเองก็ยังมีเส้นเลือดโผล่ขึ้นมาบนหน้าผาก ใบหน้าชายหนุ่มมืดมน และไม่พูดอะไร
ตอนนี้หลี่เยว่หานเดินออกมาจากลานด้านใน ยืนอยู่ข้าง ๆ เมิ่งฉีฮ่วน จับมือของเขาแล้วบอกให้สงบสติอารมณ์
หากจินเสวี่ยเอ๋อร์ปฏิเสธที่จะยอมรับ เธอจะต้องรอจนกว่าหลิงซีจะตื่นขึ้น จากนั้นจึงจะสามารถถามเรื่องราวให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ แต่ตอนนี้เด็กหญิงหมดสติ หากไม่มีหลักฐานก็ไม่มีใครทำอะไรจินเสวี่ยเอ๋อร์ได้
เมื่อสัมผัสได้ว่ามือของหลี่เยว่หานจับมือของตนไว้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ผงะไปครู่หนึ่ง หลังจากก้มหน้าลงเพื่อมองดวงตาสีดำตัดขาวของนาง หัวใจของเขาก็สงบลงอย่างน่าประหลาด
“พี่สะใภ้ …หากมันเป็นความเข้าใจผิด ก็อย่าร้องไห้เลย” เมื่อเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนสงบลงแล้ว หลี่เยว่หานก็ก้มลงไปแก้เชือกให้จินเสวี่ยเอ๋อร์ จากนั้นก็มองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มพลางพูดว่า “พวกเราเป็นห่วงหลิงซีจนแตกตื่นคิดมากกันไปเอง ข้าหวังว่าพี่สะใภ้จะไม่ตำหนิพวกเรา”
จินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่สามารถเข้าใจท่าทางของอีกฝ่ายได้ ดังนั้นนางจึงได้แต่ร้องไห้พลา