ข้างบ้านซึ่งยุ่งอยู่กับทุ่งนาอย่างรวดเร็ว เขาให้ค่าจ้างอีกฝ่ายสิบทองแดง ก่อนจะพาหญิงสาวกลับบ้าน
“บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น บอกข้ามาเร็ว ๆ เข้า!” หลังจากปิดประตูบ้าน หลี่เยว่หานก็คว้าคอเสื้อของเมิ่งฉีฮ่วน “อย่าคิดว่าหลิงซีและข้าเพิ่งใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพียงเล็กน้อยแล้วข้าจะไม่เป็นห่วงนางนะ!”
“แน่นอน ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงนาง ข้าก็เลยพาเจ้ากลับมาเพื่อบอกบางอย่าง” ชายหนุ่มลดเสียงลง คว้ามือของหญิงสาวที่จับเสื้อผ้าของเขาออก ก่อนจะพูดว่า “ข้าคาดว่าเป็นจินเสวี่ยเอ๋อร์ที่พาหลิงซีไป”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ตกตะลึง “ทำไมกัน? จะไม่ดีกว่าหรือถ้าขโมยลัญจกรหยกที่ท่านใส่ไว้ในลิ้นชัก? การขโมยเด็กเล็กจะทำให้ยุ่งยาก ตั้งแต่ต้นนางมุ่งเป้าไปที่ท่าน ลัญจกรหยกก็อยู่ที่นั่นแล้ว เหตุใดนางถึงลักพาตัวหลิงซีไป? นางต้องการให้เราแลกเปลี่ยนกับลัญจกรหยกรึ?”
ตั้งแต่ต้น ทั้งเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานต่างคาดการณ์ว่าเป้าหมายของจินเสวี่ยเอ๋อร์ที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันคงเป็นลัญจกรหยก เพราะทุกคนรู้ดีว่าชายหนุ่มได้พาลูก ๆ ขององค์รัชทายาทและลัญจกรหยกหนีไป
จินเสวี่ยเอ๋อร์หายตัวไป ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ทำให้ผู้คนต้องครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่แทนที่จะลักพาตัวหลิงซี ทำไมนางไม่ขโมยลัญจกรหยกเล่า?
รู้หรือไม่ว่าหลี่เยว่หานใช้ความพยายามอย่างหนักในการหาคนมาปลอมลัญจกรหยกแล้ววางไว้ในห้องของเมิ่งฉีฮ่วน จินเส