ะ? ข้าคิดว่านางดูไม่มีมารยาท พวกเราที่ทำงานในทุ่งนาก็ยังไม่กินตอนเดินเลย เหตุใดนางถึงทำเช่นนั้น?”
“บางทีนางอาจจะกินอาหารที่ขโมยมาจากบ้านเมิ่ง เพราะไม่สามารถกินมันที่บ้านเมิ่งได้ จึงขโมยมันมาจากบ้านเมิ่ง”
“เป็นไปไม่ได้ สะใภ้บ้านเมิ่งไม่ใช่คนที่จะอดอาหารผู้อื่น”
“มีอะไรเป็นไปไม่ได้บ้าง? พี่เมิ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นพี่สะใภ้ของเขา พี่สะใภ้กับน้องสามี เจ้าคิดว่า…”
…
ภายใต้การคาดเดาต่าง ๆ จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็กินหมั่นโถวที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งหมดไปแล้ว นางเช็ดคราบน้ำมันบนปากของตน ทักทายมู่ชวนด้วยรอยยิ้ม และหยิบย่ามใส่ตำราจากมือของมู่ชวนอย่างมีน้ำใจ “เจ้าตั้งใจเรียนดีจริง ๆ เรากลับไปกินข้าวกันเร็ว ๆ นี้เถอะ”
ดวงตาที่สับสนของมู่ชวนตกลงไปที่แขนเสื้อของจินเสวี่ยเอ๋อร์ ซึ่งมีรอยเปื้อนจากน้ำมันหมั่นโถวและพูดว่า “เจ้าแอบกินหรือ?”
จินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่คิดว่ามู่ชวนจะพูดตรงขนาดนี้ นางตกตะลึง “อะไรนะ?”
“ข้าบอกว่าเจ้าแอบขโมยของกินมารึ แขนเสื้อจึงเป็นแบบนี้?” มู่ชวนมองนางด้วยความรังเกียจ “อาหญิงทำอาหารบ่อยมากจนทุกครั้งครอบครัวของเราสี่คนกินไม่หมด ทำไมต้องแอบกินด้วย?”
เมื่อมู่ชวนพูดเช่นนี้ จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็หน้าแดงทันที “ข้าไม่ได้… ข้าแค่… ไปส่งเจ้ายังสำนักศึกษาในตอนเช้าโดยไม่ได้กินอะไรมาก ทั้งประตูห้องครัวก็ถูกปิดหลังจากที่ข้ากลับไป…”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปบอกอาหญิงสิ อาหญิงไม่มีทางไม่ให้อาหารเจ้ากิน” มู่ชวนม