ร์ตั้งใจทำมัน
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็อธิบายอย่างรวดเร็ว “มู่ชวน ข้าคิดว่าเจ้าจะรู้เรื่องเองเมื่อกลับถึงบ้าน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำให้เจ้าเป็นกังวลระหว่างทาง อีกทั้งหลิงซีกับอาหญิงของเจ้าสบายดี อย่างไรมันก็จะทำให้เจ้ากังวลเปล่า ๆ”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ มู่ชวนก็มองจินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างแข็งกร้าว ก่อนวิ่งกลับไปที่บ้าน
สะใภ้ชิวไม่เข้าใจพฤติกรรมของจินเสวี่ยเอ๋อร์ เมื่อเห็นว่าตนประสบความสำเร็จในการยั่วยุอีกฝ่าย นางก็พูดด้วยวิธีแปลก ๆ ว่า “เฮ้อ ใครในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นไม่รู้บ้างว่า คนที่มู่ชวนเป็นห่วงที่สุดคือยัยหนูหลิงซีนั่น”
หลังจากพูดแล้ว สะใภ้ชิวก็กลับบ้านอย่างพึงพอใจ
จินเสวี่ยเอ๋อร์ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่ที่นั่น แต่นางไม่กล้าแสดงออกมา
ก่อนที่นางจะมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น นางคิดว่าตนเองเชี่ยวชาญในเรื่องการวางแผนเป็นอย่างดี และการจัดการกับชาวบ้านที่โง่เขลาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หลังจากมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็หงุดหงิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวพลันตระหนักว่าความคิดของชาวบ้านที่โง่เขลาเหล่านี้ แตกต่างจากสตรีหลังบ้านอย่างสิ้นเชิง!
จินเสวี่ยเอ๋อร์ที่พลันรู้สึกตัว หายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งแล้วรีบวิ่งไปที่บ้านเมิ่ง
นางต้องรีบทำให้เด็กสองคนนี้ยอมรับนาง ไม่เช่นนั้น…
เมื่อกลับมาที่บ้านเมิ่ง หญิงสาวก็พบว่าไม่มีใครอยู่ในลาน มีแค่เมิ่งฉีฮ่วนกำลังทำอาหารอยู่ในครัว
เมื่