ี่ที่หลี่เยว่หานมักจะนั่ง
“ข้าไม่รู้วิธีทำอย่างอื่น ข้าถนัดทำของว่างนี้เท่านั้น เมื่อเห็นว่าแป้งข้าวเหนียวบดละเอียดแล้ว ข้าจึงคิดจะทำขนมที่มู่ชวนและหลิงซีชื่นชอบ”
ก่อนที่เมิ่งฉีฮ่วนจะพูดอะไร ประตูห้องครัวก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง และหลี่เยว่หานก็เดินเข้ามาอย่างก้าวร้าว “เจ้าพูดเมื่อตอนเที่ยงว่า ข้าไม่ควรให้อาหารมันกับเด็กอายุเท่าหลิงซีมากเกินไป แล้วเจ้าคิดว่าข้าวเหนียวมันกินง่ายกว่างั้นรึ? ในเมื่อเจ้ามาอาศัยอยู่ที่นี่โดยอ้างว่าเพื่อดูแลเด็ก ๆ ก็ช่วยทำให้สมที่พูดหน่อยได้หรือไม่?”
“ข้า… ข้าขอโทษ…” เมื่อเห็นว่าจินเสวี่ยเอ๋อร์กำลังจะร้องไห้ หลี่เยว่หานก็กลอกตาทันที
ในที่สุดหญิงสาวก็เข้าใจแล้วว่าจินเสวี่ยเอ๋อร์เป็นนักรบชาเขียว*[1] นางเป็นนักเรียนชั้นนำในแผนกชาเขียวของสถาบันการแสดง ถ้าเธอไม่ตามเมิ่งฉีฮ่วนมาเมื่อครู่ ตนคงคิดว่าจินเสวี่ยเอ๋อร์เป็นเด็กสาวที่ภายนอกอ่อนโยนแต่ภายในแข็งแกร่ง
เมิ่งฉีฮ่วนถือขนมมาตลอดทางจึงไม่ได้ทันมองให้ดี ดังนั้นเขาย่อมไม่เห็นสีหน้าของจินเสวี่ยเอ๋อร์ที่เปลี่ยนไป แต่หลี่เยว่หาน สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้หญิงคนนี้สามารถเปลี่ยนสีหน้าของนางได้เร็วกว่าการพลิกตำรา การที่นางจะมาอยู่บ้านเมิ่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างน้อยตอนนี้ก็ดูไม่มีเจตนาดี!
“อย่ามาร้องไห้กับข้าที่นี่! ถ้าเจ้าอยากดูแลเด็ก ๆ จริง ๆ อีกทั้งสามีของข้าเองก็บอกว่าเจ้าเป็นพี่สะใภ้ของเขา เช่นนั้นข้าจะรับเจ