้าไว้สักระยะหนึ่ง หลังจากวันชุนเฟิง ข้าจะหาบ้านให้เจ้าย้ายออกไป ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะขับไล่เจ้าออกไปตอนนี้” หลี่เยว่หานพูดและนั่งลงข้าง ๆ จินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างใจกว้าง “เช่นนั้นเรามาแบ่งงานที่บ้านทำกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จินเสวี่ยเอ๋อร์เท่านั้น ทว่าเมิ่งฉีฮ่วนก็ตกตะลึง
เป็นไปได้หรือไม่ว่าหลี่เยว่หานเต็มใจที่จะยอมรับจินเสวี่ยเอ๋อร์?
“แต่ข้าพูดไว้ก่อน ชีวิตในชนบทไม่ได้ดีเหมือนตอนที่เจ้าอยู่ในจวน เจ้าไม่ต้องสนเกี่ยวกับห้องครัว เจ้าสามารถทำความสะอาดบ้านทุกวันและซักผ้าให้เด็ก ๆ ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าของข้ากับสามี พวกข้าจะซักเอง เจ้าไม่ต้องทำ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนก็พยักหน้าเช่นกัน ก่อนที่จินเสวี่ยเอ๋อร์จะทันพูดอะไร เขาก็เป็นฝ่ายสนับสนุน “คำพูดของเยว่หานมีเหตุผล ต่อไปเจ้าแค่ดูแลชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ ส่วนเยว่หานทำอาหารเก่ง ในเรื่องการของกิน นางจะไม่ปฏิบัติต่อพี่น้องไม่ดี”
“ข้า…” จินเสวี่ยเอ๋อร์ตกตะลึง
นางเคยซักผ้าและกวาดบ้านที่ไหน! ปกติแล้วเป็นคนอื่นที่คอยปรนนิบัตินาง!
“ทำไม? เจ้าคิดว่าการแบ่งงานของข้าไม่ยุติธรรมรึ?” หลี่เยว่หานมองจินเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เธอต้องการใช้เส้นทางชาเขียว เพื่อให้ชาเขียวอีกคนไม่มีที่เดิน
เพราะไม่มีเคล็ดลับในการจัดการกับชาเขียวไหนเลยจะดีไปกว่าการเป็นชาเขียวที่เข้มข้นกว่า!
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” จินเ