ไม่เปลี่ยนชื่อแซ่ ทว่ากลับยังใช้แแซ่จงเจิ้ง ซึ่งจะทำให้ถูกพบในไม่ช้า
เมื่อรวมกับสิ่งที่สะใภ้หลิวพูด หลี่เยว่หานก็รู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ทันที
หลานจักรพรรดิอันใด สมบัติของชาติอันใด หลี่เยว่หานคิด ทั้งหมดนี้คงเป็นเรื่องเหลวไหลของเมิ่งฉีฮ่วน หญิงสาวไม่สามารถเข้าใจลัญจกรหยกได้ แต่จินเสวี่ยเอ๋อร์คนนี้เธอชัดเจนยิ่ง
ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกับเมิ่งฉีฮ่วน เมื่อครู่นางจะเป็นเช่นนั้นได้ยังไง?
ต้องการที่จะพูดคุย? น้ำตาไหลก่อนพูดจา?
มองเพียงครั้งเดียวก็สามารถบอกได้ว่ามีความสัมพันธ์แน่ แต่ไม่ใช่กับเด็ก ทว่าเป็นเมิ่งฉีฮ่วน!
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็ลอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ แต่เธอไม่ได้แสดงมันต่อหน้าสะใภ้หลิว กลับเอ่ยปลอบ “นางเป็นใครสำหรับเมิ่งฉีฮ่วน ข้าไม่อาจรู้ได้ แต่ข้าเข้าประตูบ้านเมิ่งมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือเชื่อใจเขา สะใภ้หลิว ถ้าเจ้าเชื่อข้าก็อย่ากังวลไปเลย”
สะใภ้บ้านหลิวไม่เชื่อหลี่เยว่หาน นางกังวล “น้องสาวเยว่หาน ข้ารับเจ้าเป็นน้องสาวของข้าแล้ว ข้าไม่คิดว่าเรื่องนี้วันนี้จะง่ายนัก แต่ถ้าเจ้าถูกทำให้น้อยเนื้อต่ำใจ อย่าได้เก็บไว้คนเดียว ข้ากลัวว่าผู้หญิงอ่อนแอคนนั้นอาจจะรังแกเจ้าได้”
“ข้าจะปล่อยให้คนอื่นรังแกข้าง่าย ๆ ได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานฝืนยิ้ม “บางทีข้าอาจจะรังแกนางแทนก็ได้ นางบอกว่านางเป็นแม่เล็กของเด็กทั้งสองคน ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับข้าที่จะขับไล่คนออกไปถูกหรือไม่?”
“นั่นก็ถ