อาหญิง!”
เมื่อพูดเช่นนั้น หลิงซีก็โผเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของหลี่เยว่หาน
เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เป็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย เธอทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายพลางก่อไฟทำอาหารเท่านั้น
หลังปลอบหลิงซีเสร็จ สะใภ้หลิวก็กระโดดเข้ามาในครัวจนทำให้หลี่เยว่หานตกใจ “พี่สะใภ้ ท่านกำลังทำอะไรน่ะ?”
ก่อนที่หลี่เยว่หานจะถามนางให้ชัดเจน สะใภ้หลิวก็ดึงตัวหลี่เยว่หานไปด้านข้างแล้วพูดเสียงเบาว่า “เมียคนแรกของสามีเจ้ามาที่ประตูจริงหรือไม่?”
“เมีย…เมียคนแรก?” หลี่เยว่หานมองไปที่สะใภ้หลิวอย่างงงงวย “จินเสวี่ยเอ๋อร์บอกว่านางเป็นแม่เล็กของมู่ชวนกับหลิงซี ไม่ใช่เมียคนแรกของเมิ่งฉีฮ่วนหรือ”
“โอ้ ทุกคนต่างก็เห็นยามนางมาถึงหมู่บ้าน!” สะใภ้หลิวกดเสียงของนางและพูดว่า “ผู้หญิงคนนั้นน้ำตาไหลทันทีเมื่อเห็นพี่ชายเมิ่ง จิ๊ ๆๆ ภาพนั่นเรียกว่าฝนดอกสาลี่ ดูชวนน่ารักใคร่สงสารโดยแท้ เมิ่งฉีฮ่วนคนนั้นไม่พูดอะไรเลย เขาแค่พานางกลับบ้าน ไม่ใช่เมียคนแรกของเขาแล้วจะเป็นอะไร!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ตกใจ
ครั้นนึกถึงสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตของมู่ชวนและหลิงซี จู่ ๆ เธอก็รู้สึกขาดความเชื่อมั่นเล็กน้อย
ถ้ามู่ชวนกับหลิงซีเป็นหลานชายของจักรพรรดิจริง ๆ เหตุใดจึงถูกคนที่ไม่เกี่ยวข้องเช่นเมิ่งฉีฮ่วนพาตัวมาได้?
แม้มันจะเป็นจริงอย่างที่เมิ่งฉีฮ่วนพูด เช่นนั้นเด็กทั้งสองก็ควรจะถูกตามล่า แล้วไย