เล่า”
“ข้าจะบอกเจ้าให้นะ หลี่เยว่หาน เจ้าต้องให้คำอธิบายเรื่องนี้กับข้า เรื่องที่ลูกของเจ้าผลักข้า ข้าจะไม่ยอมให้อภัยเด็ดขาด ถ้าไม่ได้เงินสิบตำลึง!”
“ความอยากอาหารของเจ้ามีไม่น้อยจริง ๆ อ้าปากเจ้าก็ขอเงินสิบตำลึง ทำไมเจ้าไม่ไปปล้นมาเลยเล่า?” แม้สะใภ้ชิวจะไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่เยว่หาน แต่ตอนนี้เมื่อถึงเวลารวมพลังกัน นางก็เป็นฝ่ายออกหน้าโดยไม่ต้องให้ใครบอก “ข้าเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าเจ้ายืนยันที่จะเข้าไปในบ้าน มู่ชวนเพียงแค่ยื่นแขนออกไปขวางประตู เขาผลักเจ้าตอนไหน!”
“เป็นไปได้รึที่ข้าจะทำเรื่องที่เสี่ยงเสียลูกของข้าด้วยตนเอง!” หวังเฟิ่งตะโกนกลับ “หลี่เยว่หาน! เจ้าหมาป่าตาขาว! รีบจ่ายมาซะ!”
หลี่เยว่หานยิ้ม ก่อนส่งสัญญาณให้มู่ชวนพาหลิงซีกลับไปในบ้านก่อน จากนั้นค่อย ๆ พูดกับสะใภ้หลิวว่า “พี่สะใภ้หลิว ช่วยข้าไปตามหมอข่งของหมู่บ้านเราหน่อย ให้เขามาดูว่าร่างกายแม่เลี้ยงข้าเป็นอย่างไร ถ้าในท้องมีหมอนใบเล็ก ๆ นี้อยู่ ข้าเองก็คงจ่ายไม่ได้”
“ได้!” สะใภ้หลิวตกลงทันที
หวังเฟิ่งรู้สึกกระวนกระวายทันที “เจ้าจะไปตามหมอมาทำไม! เจ้าคิดจะไปหาหมอสักคนมาสมรู้ร่วมคิดกับเจ้า เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินสินะ!”
“แม่เลี้ยงเฒ่านี่พูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ ใครไม่รู้บ้างว่าหมอข่งเป็นหมอพเนจรที่น่านับถือที่สุดในทั่วสิบลี้แปดหมู่บ้าน นางทำให้ชื่อเสียงของหมอข่งเสื่อมเสียเช่นนี้ ข้าคิดว่านางโง่นัก แม้นางจะท้อง