ง”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าในสายตาข้า หลี่หรงหรงรกหูรกตามากกว่าเจ้า?” หลี่เยว่หานมองหวังเหอฮวาด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง “ของของข้าสามารถขายได้ทุกที่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับเจ้าในการทำสิ่งที่น่ารังเกียจเช่นนั้น”
หลังจากพูดจบ หลี่เยว่หานก็หันหลังเดินจากไป
หวังเหอฮวากระวนกระวายทันที “หลี่เยว่หาน! ถ้าเจ้าไม่ช่วยให้ข้าได้นั่งในตำแหน่งหลิ่วฟูเหรินน้อย ข้าจะให้พี่เมิ่งหย่ากับเจ้า!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็เพียงรู้สึกว่าช่างน่าตลกและไม่ตอบอะไรกลับไป เธอเดินตรงไปที่ประตูจวนหลิ่ว
ใครจะไปรู้ว่าจู่ ๆ หลิ่วจื้อหย่วนก็รีบวิ่งออกมาจากทางลาดชัน และขวางทางหลี่เยว่หานไว้ “ข้าก็คิดอยู่ว่าทำไมเจ้าถึงมาเยี่ยมกะทันหัน ที่แท้เจ้ายังจ้องตำแหน่งหลิ่วฟูเหรินน้อยอยู่นี่เอง หลี่เยว่หาน ข้าจะบอกเจ้าให้นะว่า ชีวิตนี้เจ้าไม่สามารถแต่งเข้าตระกูลหลิ่วของข้าได้!”
ครั้นได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็มองหลิ่วจื้อหย่วนด้วยท่าทางเหมือนมองคนโง่และพูดว่า “เจ้าไม่ได้ยินที่หวังเหอฮวาพูดเมื่อครู่รึ? หรือได้ยินแล้ว แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน? หวังเหอฮวาต้องการเป็นฟูเหรินของเจ้า ไม่ใช่ข้า หลี่เยว่หาน!”
“ฮึ่ม! คิดว่าข้าไม่รู้ความคิดเพ้อฝันของเจ้าหรือ!” หลิ่วจื้อหย่วนพูดอย่างเย่อหยิ่ง “เหอฮวาขี้อายนัก เจ้าต้องหลอกใช้นางแน่!”
หลี่เยว่หานขี้เกียจเกินกว่าจะมาโต้เถียงกับคนโง่เขลา ดังนั้นเธอจึงได้แต่โบกมือ “ไม่ว่าเจ้าจะคิ