้งหมดล้วนทำของเหล่านั้นขึ้นอย่างหยาบ ๆ และเลียนแบบของแปลก ๆ ที่หายากในตลาดเท่านั้น ข้าจึงไม่ต้องการพวกมัน” เวินเทียนเหล่ยดูมีความมั่นใจ “ต่อมาข้าได้คุยกับเขาครั้งหนึ่ง และรู้สึกถูกชะตา ข้าจึงชวนเขาไปที่จวนเพื่อทานอาหาร จากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพียงเพราะเขาทานอาหารที่จวนของเจ้าครั้งหนึ่ง เขาจึงค้นพบว่าไหเนื้อตุ๋นในจวนของเจ้าคือเนื้อตุ๋นที่เยว่หานทำ” เมิ่งฉีฮ่วนมองไปที่เวินเทียนเหล่ยด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าสมองของเจ้าทำให้กิจการใหญ่โตขึ้นมาได้อย่างไร”
วันนี้เวินเทียนเหล่ยโดนโจมตีมามากพอแล้ว ดังนั้นเมื่อโดนอีกครั้ง คนจึงนิ่งเฉยและไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบกลับ “ข้ารู้ ต่อไปภายหน้าข้าจะไม่ไปรบกวนอีก ถ้าข้าต้องรบกวน ข้าจะคุยกับท่านก่อน ดีหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น เจ้าอยากรบกวนก็รบกวนต่อไป ยังไงซะถ้าจู่ ๆ หยุดไป มันจะทำให้คนรู้สึกแปลกใจมากกว่าเดิม” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวและเริ่มหลับตาพักผ่อน
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ เวินเทียนเหล่ยก็อดไม่ได้ที่จะรำคาญเล็กน้อย “ท่านคงไม่ได้จากหมู่บ้านไป๋อวิ๋นมาที่นี่ เพียงเพื่อมาหาข้าเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้หรอกนะ?”
“อืม”
“ข้าไม่เข้าใจ แม่นางหลี่เยว่หานมีอะไรดีถึงทำให้ท่านทุ่มเทเช่นนี้” เวินเทียนเหล่ยพูดอย่างไม่เชื่อสายตา “เพราะเห็นแก่นาง ท่านจึงยอมเปิดเผยตัวเองงั้นรึ?”
“ข้าไม่ได้เปิดเผย” เมิ่งฉีฮ่วนไม่ลืมตา
“ทั้งเมืองหลิวชิงรู้ว