งคนกำลังจับตามองท่านเก้า และกำลังตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของเขา” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มเล็กน้อย “ข้าไม่ต้องการให้ชีวิตของข้าต้องติดขัด และเจ้าคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นข้าจึงมาหาเจ้า”
“ได้ ข้าคิดตกแล้ว ตอนนี้ข้าไม่เพียงต้องเป็นคุณชายตระกูลเวินเท่านั้น แต่ข้ายังต้องนั่งบนเกี้ยวสีดำของเจ้าเพื่อเป็นท่านเก้า ข้ายอมรับก็ได้!” เวินเทียนเหล่ยพูดพลางกำหมัดแน่น
“เจ้ารู้ตัวตนเยว่หานตั้งแต่แรกได้อย่างไรกัน?” เมิ่งฉีฮ่วนไม่เข้าใจจุดนี้ แม้ว่าใบหน้าของหลี่เยว่หานจะคล้ายคลึงกับอวี๋ปิงซูผู้ล่วงลับ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่เวินเทียนเหล่ยจะจำนางได้ในทันที
เวินเทียนเหล่ยชำเลืองมองเมิ่งฉีฮ่วน แล้วถอนหายใจ “พูดตามตรง ข้าสังเกตเห็นตอนที่ได้ยินนางพูดภาษาสันสกฤตกับพ่อค้าเถื่อนจริง ๆ นั่นล่ะ เพราะวันนั้นท่านที่มักจะทำตัวมอซออยู่ในหมู่บ้านไป๋อวิ๋น จู่ ๆ กลับสะอาดสะอ้านจนข้าจำแทบไม่ได้ ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ตามคนเหล่านั้นไปที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นหรอก”
“พวกเขาพบหมู่บ้านไป๋อวิ๋นได้อย่างไร?” เมิ่งฉีฮ่วนถามอีกครั้ง
“บางคนบอกว่าในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นมีบัณฑิตคนหนึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังกับลูกสองคน แต่อายุนั้นไม่ตรงกัน คนหนึ่งอายุห้าขวบและอีกคนอายุสามขวบ ดังนั้นพวกเขาจึงไปตรวจสอบ” เวินเทียนเหล่ยพูดพลางรินน้ำชาให้ตัวเอง “ตามการคำนวณ ปีนี้มู่ชวนน่าจะอายุเจ็ดขวบ และหลิงซีน่าจะอายุห้าขวบ”
“มู่ชวนอายุห้าขวบและหลิงซีอายุสามขวบจริง ๆ” เมิ่