งฉีฮ่วนมองเวินเทียนเหล่ยอย่างสนุกสนาน
“ข้า…” เวินเทียนเหล่ยอดถามไม่ได้ “เช่นนั้นแล้วท่านเอาหลานชายที่แท้จริงของฮ่องเต้ไปซ่อนไว้ที่ไหนกัน!”
“ข้าจะไม่บอกเจ้าเรื่องนี้” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางโบกแขนเสื้อไปด้านหลัง หยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนพยักหน้าอย่างชื่นชม “ชาที่ทำจากน้ำหิมะดอกเหมยมีกลิ่นหอมที่แตกต่างไปจริง ๆ”
“ให้ตายเถอะ! เมิ่งฉีฮ่วน ท่านฆ่าผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า!” เวินเทียนเหล่ยทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที “ข้าก็คิดอยู่ว่าเหตุใดคนที่ถูกส่งออกไปเพื่อหาข่าวถึงไม่มีข่าวคราวเลย ที่แท้ถูกท่านเชือดทิ้งหมดแล้ว!”
“ข้าไม่รู้ว่าเป็นคนของเจ้า มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือที่จะปกป้องตัวเอง?” เมิ่งฉีฮ่วนวางถ้วยชาในมือลง “เจ้าเองก็เถอะ เหตุใดถึงได้สนใจ อวี๋ปิงซู?”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ เวินเทียนเหล่ยก็ชำเลืองมองเมิ่งฉีฮ่วน “ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้ว่านางเป็นสหายวัยเยาว์ของท่านแม่ข้า ตอนที่นางหายตัวไปอย่างกะทันหัน ท่านแม่ของข้าก็โศกเศร้าอยู่นาน”
“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเรียบเรียงเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา” เมิ่งฉีฮ่วนหมุนถ้วยชาอีกครั้ง “ก่อนอื่น เจ้าเห็นภรรยาของข้าในเมืองหลิวชิงและได้ยินว่านางพูดภาษาสันสกฤตได้ จึงไปที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น ก่อนจะพบว่านางและข้าเป็นครอบครัวเดียวกัน ในตอนนั้นก็ได้พบกับมู่ชวนและหลิงซี”
“ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่ค้นหาที่อยู่ของมู่ชวนและหลิงซีก็ได้พบหมู่บ้านไป๋อวิ๋น เจ้าจึงใช้โอกาสนี้ต