่เยว่หานยังเด็กจึงจำเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะนำมาพูดกลางฝูงชนแบบนี้ นี่ไม่ใช่การตบหน้านางรึ!
“อย่ามาพูดไร้สาระที่นี่!” หวังเฟิ่งพูดอย่างกังวล “ท่านย่าของเจ้าป่วยหนัก นางไม่ต้องการไปหาหมอเอง ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ธุระของข้า!”
“ทุกคนช่วยคิดกันหน่อยสิ!” หลี่เยว่หานหันไปมองชาวบ้านที่กำลังดูความตื่นเต้นและพูดเสียงดัง “ท่านย่าของข้า ตอนที่นางจากไป อายุก็ยังไม่มาก คนวัยนางสามารถทำงานได้ ดังนั้นถ้าป่วยไม่มีทางไม่อยากพบหมอแล้วหายเร็ว ๆ เพื่อครอบครัว!”
“บัดซบ!” หวังเฟิ่งถ่มน้ำลายทันที “ตอนที่ย่าของเจ้าเสียชีวิต เจ้ายังเป็นเด็กหญิงอายุห้าหกขวบ เจ้าไม่รู้อะไรเลยไม่ใช่หรือไร!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็แอบหยิกตัวเอง ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว “ใช่ ข้าอายุแค่ห้าหรือหกขวบตอนที่ท่านย่าของข้าเสียชีวิต และข้าก็อายุเพียงสองขวบตอนที่มารดาของข้าเสียชีวิต ยามนี้เจ้าขายข้าไปแล้ว ข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับครอบครัวหลี่อีก! ทว่าตอนนี้เจ้ายังมาขโมยเนื้อตุ๋นของข้า ทั้งยังยืนยันว่าท่านพ่อของข้าซื้อมันให้เจ้า ข้ารู้สึกเสียใจนัก ถ้าท่านย่าของข้ารู้เข้า นางจะต้องเสียใจที่ให้ท่านพ่อเลือกเจ้าเป็นภรรยา!”
“เจ้าพูดบ้าอะไร!” หวังเฟิ่งกังวล “เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่เสียใจที่พ่อเจ้าเลือกข้าเป็นภรรยา! ตอนนั้นข้าเป็นดอกไม้งามในสิบลี้แปดหมู่บ้าน คนที่มาขอแต่งงานที่บ้านหวังของข้ามีไม่ขาดสาย ข้า